แนะนำ Short เพื่อซื้อคืนที่แนวรับ (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้
คาดดัชนีฯ อ่อนตัว แนวต้าน 1243 / 1250 จุด แนวรับ 1225 / 1215 จุด รูปแบบเทคนิคยังคงเป็นขาลงไปที่ 1200 จุด ตราบเท่าที่ดัชนีฯ ไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1250 จุดขึ้นไปได้ ปัจจัยบวก คือ การคาดว่าจีนจะรายงานเติบโตทางเศรษฐกิจ 3Q20E ที่ดีขึ้น และการฟื้นตัวของตลาดหุ้นโลกเมื่อวันศุกร์รับพัฒนาการวัคซีนรักษา COVID-19 ส่วนปัจจัยลบ คือ เหตุชุมนุมในประเทศที่กระจายไปในหลายพื้นที่เศรษฐกิจสาคัญและเกิดทุกวันเพิ่มความเสี่ยงขาลงต่อเศรษฐกิจและหลักทรัพย์รายตัว แนะนำ Short หุ้นกลุ่มอิงท่องเที่ยว (MINT CENTEL ERW AWC CPN)
ประเด็นที่มีผลต่อตลาดวันนี้
1) +ลุ้นจีน รายงานตัวเลข 3Q20E GDP เติบโตดีกว่าคาด (+กลุ่ม Commodity Plays)
2) -ผลกระทบจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อและดาวกระจายไปในหลายพื้นที่สาคัญทางเศรษฐกิจ เพิ่มความเสี่ยงเชิงลบมากขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย (-ตลาดหุ้นไทย)
3) *กลุ่มสถาบันการเงินไทย ทยอยประกาศงบ 3Q20E สัปดาห์นี้ หลังจาก TISCO รายงานกาไรดีกว่าคาด 17% (+/- กลุ่มธนาคารไทย)
4) *มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความหวัง หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ เผยสนับสนุนวงเงินที่สูงกว่า USD1.8Trn (เป็น Positive Surprise หากเป็นจริง)
5) +Pfizer เผยเตรียมยื่นจดทะเบียนวัคซีนรักษา COVID-19 ต่อ FDA สหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน พ.ย. (+กลุ่มสายการบินและการเดินทาง)
ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ China-3Q20E GDP คาดเติบโต 5.5% YoY, 3.3% QoQ (Vs 2Q20 3.2% YoY และ 11.5% QoQ), Industrial Production เดือน ก.ย. คาด 5.8% YoY (Vs เดือน ส.ค. 5.6% YoY), Retail Sales เดือน ก.ย. คาด 1.8% YoY (Vs เดือน ส.ค. 0.5% YoY), Fixed Asset Investment (YTD) เดือน ก.ย. คาด 0.8% (Vs เดือน ส.ค. -0.3% YoY) / Japan- ดุลการค้าเดือน ก.ย. คาด 989.8 พันล้านเยน (Vs เดือน ส.ค. 248.3 พันล้านเยน) / Thailand-ยอดขายรถยนต์ใหม่เดือน ก.ย. คาด -10% YoY (Vs เดือน ส.ค. -12.1% YoY) / USA-NAHB Housing market index เดือน ต.ค. คาด 83 (Vs เดือน ก.ย. 83)
สรุปภาวะตลาดหุ้น ทองคำ น้ำมัน วันทำการที่ผ่านมา
- ตลาดหุ้นไทยปิดลบต่อเนื่องเป็นวันที่สาม: ดัชนีฯ เคลื่อนไหวในลักษณะลดลงต่อเนื่องในกรอบ 1227-1247 จุด ก่อนรีบาวด์ช่วงท้ายตลาดมาปิดที่ 1233.68 จุด -9.28 จุด วอลุ่ม 4.45 หมื่นล้านบาท นำลงโดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์ -2.96% พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ -2.06% วัสดุก่อสร้าง -1.74% โดยหุ้นบวก >4% AH SPACK IHL ALT ACG SAT หุ้นลบ >4% BGC KAMART AS HTECH RCL INET SAMART AWC THCOM PRM
+ ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ปิดบวก: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัววันแรก หลังร่วง 3 วัน DJIA +0.39% S&P500 +0.01% Nasdaq -0.36% (ทั้งสัปดาห์ DJ +0.1% WoW S&P500 +0.2% WoW Nasdaq +0.8% WoW) เนื่องจากรายงานค้าปลีกเดือน ก.ย. สูงกว่าคาดการณ์มาก (+1.9% MoM Vs คาด 0.7% MoM) ข่าวดีพัฒนาการของวัคซีนหลังจาก Pfizer ส่งสัญญาณอาจยื่นขออนุมัติใช้วัคซีนรักษา COVID-19 ภายในเดือน พ.ย. ส่วนหุ้นยุโรปกลับมาปิดบวกแรง DAX +1.62% CAC40 +2.03% FTSE +1.49% รับข่าวความหวังวัคซีนรักษา COVID-19 ก่อนสิ้นปีนี้ และรายงานผลกำไรที่ดีขึ้นของกลุ่มยานยนต์ เดมเลอร์ +5.5% Volvo +3.3%
- น้ำมันดิบและทองคำปิดลดลง: Brent –23 เซนต์ ปิดที่ USD42.93/บาร์เรล WTI -8 เซนต์ ปิดที่ USD40.88/บาร์เรล (ทั้งสัปดาห์ Brent +0.2% WoW WTI +0.7% WoW) วิตกข่าวล็อกดาวน์รอบใหม่ของหลายประเทศในอียู จะส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันโลกลดลง ส่วนทองคำร่วง -USD2.5 ปิดที่ USD1,906.40/ออนซ์ (ทั้งสัปดาห์ร่วง -1% WoW) จากแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัย หลังรายงานค้าปลีกสหรัฐฯ ดีกว่าคาด
ประเด็นสำคัญ
- การเมือง: ครม. นัดพิเศษมีมติเห็นชอบพ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรงในกทม. ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. Mark Mobius กล่าวถึง สถานการณ์ในเมืองไทยกำลังน่าเป็นห่วงมาก เพราะหากมีเหตุการณ์ไม่สงบในประเทศ นักท่องเที่ยวจะไม่เข้ามาและมีปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ส่วน Mizuho ปรับลด GDP ไทยปีนี้ลงจาก -6.3% เป็น -7.5% เพราะผลกระทบจากประกาศมาตรการฉุกเฉินฯ เพื่อควบคุมการประท้วงที่จะเข้ามาซ้ำเติมวิกฤติเศรษฐกิจจาก COVID-19 ที่ไทยกำลังเผชิญอยู่
- Foreign net buy/sell (วันที่ 12 -16 ต.ค.): นักลงทุนต่างชาติ ซื้อตลาดหุ้นเอเชีย 6 ชาติ ไม่รวมญี่ปุ่นเป็นสัปดาห์ที่สาม ด้วยปริมาณเพียง USD147mn (Vs สัปดาห์ก่อน +USD1745mn) โดยขายกลุ่ม TIPs และไต้หวัน ส่วนหุ้นไทยถูกขายต่อเป็นสัปดาห์ที่ 14 จานวน –USD132mn (Vs สัปดาห์ก่อน –USD246 mn)
+/- 3Q20 Earnings: 3 บจ. แรกที่ประกาศงบเมื่อวันศุกร์ พบว่า TISCO KTC กำไรดีกว่าคาด 17.2% และ 1% ตามลำดับ ส่วน DTAC กำไรต่ำกว่าคาด -10.4%
- COVID-19: ไทยประกาศล็อกดาวน์ 2 ชุนชนในอ.แม่สอด จ.ตาก หลังพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เป็นชาวเมียนมาในพื้นที่ 5 ราย ส่วนฝรั่งเศสทำสถิติพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 วันเสาร์สูงถึง 32,427 ราย เช่นเดียวกันกับเยอรมนีพบผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,830 ราย
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ Short เพื่อซื้อคืนที่แนวรับ (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: ASIAN AUCT SYNEX
หุ้นแนะนำ Short: กลุ่มท่องเที่ยว (MINT CENTEL ERW AWC CPN)
Derivatives: เปิดสถานะ Short S50Z20 เก็งกำไรหลัง 10:30น. (อ่านเพิ่มใน KTZ-D)






