ปลัดคลังเผย ยังไม่ทราบกรณีขยายเวลาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ระบุ เป็นหน้าที่สคร.ทำการศึกษา ขณะที่“ศรีสุวรรณ”ร้องสคร.สั่งรฟม.ทบทวนTORประมูลรถไฟฟ้าสีส้มให้กลับไปคงเดิม
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยกรณีกระแสข่าวกระทรวงการคลังเห็นชอบให้ยืดอายุสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้แก่บีทีเอสว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องกรณีดังกล่าว คิดว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)คงพิจารณาเรื่องดังกล่าวอยู่ ถ้าพิจารณาแล้วเสร็จคงส่งมาให้ระดับนโยบายพิจารณาอีกครั้ง
ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเปิดเผยว่า ในวันนี้(19ต.ค.)ตนจะยื่นหนังสือต่อสคร.ในฐานะที่กำกับดูแลการดำเนินนโยบายการบริหารและพัฒนารัฐวิสาหกิจให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อขอให้สั่งไปยังการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)และคณะกรรมการคัดเลือกตาม ม.36 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ2562 ให้ทบทวนการแก้ไขเงื่อนไขเอกสารประกวดราคาใหม่(TOR)โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มให้กลับไปเหมือนเดิม เพราะหากในที่สุดแล้วผู้ชนะการประมูลโครงการฯนี้ มิใช่ผู้ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดแก่รัฐ แล้วเกิดการฟ้องร้องภาครัฐแพ้คดีขึ้นมาสคร.จะต้องร่วมรับผิดชอบค่าโง่ดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเป็นไปตามที่การรฟม.โดยคณะกรรมการคัดเลือกตาม ม.36 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน 2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี(สุวินทวงศ์)ได้มีมติเมื่อวันที่ 21 ส.ค.63 เปลี่ยนแปลง TOR หลังจากที่มีการขายซองประกวดราคาไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติและส่อไปในทางที่มิชอบด้วยกฎหมายนั้น
การเปลี่ยนแปลง TOR ภายหลังการขายซองประกวดราคาไปแล้วถือว่าเป็นสาระสำคัญ และไม่เคยมีการดำเนินการลักษณะเช่นนี้กับโครงการขนาดใหญ่ที่เป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนมาก่อน ซึ่งปกติทั่วไปจะใช้วิธีการพิจารณาจะแยกซองเทคนิค หากผ่านตามเกณฑ์ จึงจะเปิดซองการเงิน โดยผู้ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดจะได้รับการคัดเลือก
แต่คราวนี้กลับคัดเลือกโดยใช้ข้อเสนอทางเทคนิคร่วมกับซองการเงิน ซึ่งจะเป็นช่องทางที่ส่อไปในทางไม่สุจริต ไม่เป็นธรรม หรืออาจเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มบริษัทใดบริษัทหนึ่งหนึ่งเป็นการเฉพาะหรือไม่ เพราะจะเป็นการเปิดโอกาสการใช้ดุลยพินิจของคณะกรรมการคัดเลือกได้มากกว่าแบบเดิม ซึ่งจะทำให้ได้ผู้ชนะการประมูลไม่ใช่ผู้ที่ให้ผลตอบแทนต่อรัฐสูงสุดก็ได้ ซึ่งในที่สุดหากเอกชนจะอยู่ได้ก็ต้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐในการสนับสนุนภาระทางการเงิน และหรือการช่วยเหลือค่างานระบบรถไฟฟ้า ขบวนรถไฟฟ้า บริหารการเดินรถและซ่อมบำรุงรักษาทั้งเส้นทาง ซึ่งท้ายที่สุดก็จะไม่เป็นไปตามข้อเสนอหรือการตั้งข้อสังเกตของสคร.
ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบหมายให้ รฟม. กระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 พรบ.การร่วมลงทุนฯ 2562 รับข้อสังเกตของ สคร. และความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามพ.ร.บ.การร่วมลงทุนฯ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลง TOR ใหม่หลังจากที่มีการขายซองประกวดราคาไปแล้วนั้น ถือได้ว่า เป็นการขัดต่อมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อ 28 ม.ค.63 และยังขัดต่อการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐตาม ม.6(3) และ ม.32 ของพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2562 ประกอบกับข้อ 8(4) ของคณะกรรมการนโยบายร่วมทุนฯ อีกด้วย
ดังนั้น เมื่อ รฟม.และคณะกรรมการคัดเลือกฯ ใช้อำนาจเปลี่ยนแปลง TOR ซึ่งจะยังผลให้ไม่เป็นไปตามมติ ครม.และกฎหมายดังกล่าวแล้ว เมื่อเกิดการฟ้องร้องเป็นคดีต่อศาล หากแพ้คดีขึ้นมาเสียค่าโง่ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ









