โมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเริ่มชะลอ
ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงโดยหลักมาจาก 1) โมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ดีขึ้นมาต่อเนื่องเริ่มชะลอ หรือมีสัญญาณขัดแย้งการฟื้นตัว 2) กฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ล่าช้า และผู้นำเสียงข้างมากในสว.ของรีพับริกัน ไม่เห็นด้วยกับปธน.ทรัมป์ในการเพิ่มวงเงิน ส่งผลให้ความเสี่ยงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจระยะสั้นสูงขึ้น 3) จำนวนผู้ติดเชื้อโคโรนาในหลายภูมิภาคเร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะยุโรป ทำให้เริ่มเห็นมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น ล่าสุดฝรั่งเศสประกาศใช้มาตรการgเคอร์ฟิวในปารีสและ 8 เมืองใหญ่ รวมถึงการห้ามจัดงานที่มีการรวมตัวของคน อาทิ งานแต่งงาน
การชุมนุมทางการเมืองยกระดับและยากคาดเดาผลลัพธ์ แม้การชุมนุมในวันที่ 15 ต.ค.จะเป็นไปด้วยความสงบและไม่มีเหตุร้ายแรง อย่างไรก็ตามเรามองระดับของความเสี่ยงและแรงกดดันสูงขึ้น เนื่องจากเป็นการชุมนุมในช่วงที่มีการประกาศใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีการห้ามชุมนุมทางการเมือง การท้าทายอำนาจปกครองโดยผู้ชุมนุมจำนวนหลายหมื่นคน และไม่มีแกนนำหลักที่ชัดเจนมีลักษณะคล้ายการชุมนุมที่ฮ่องกง ซึ่งในช่วงแรกมักจะดำเนินไปด้วยความสงบ แต่แรงกดดันจากการชุมนุมต่อเนื่อง และการปะทะรวมถึงจับกุมผู้กระทำผิดเพิ่มเติม ทำให้มีโอกาสที่ผู้ชุมนุมบางกลุ่มจะแสดงออกในลักษณะที่มีความรุนแรงมากขึ้น ประเมินจิตวิทยาการลงทุนจะยังได้รับแรงกดดันจนกว่าสถานการณ์จะมีจุดเปลี่ยน (อาทิ ประชุมสภาสมัยวิสามัญ)
เข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการเริ่มโดยกลุ่มการเงิน TISCO และ KTC รายงานกำไรออกมาดีกว่าคาดราว 20% และ 16% เนื่องจากการตั้งสำรองที่น้อยกว่าคาด ทำให้อาจมีแรงเก็งกำไรระยะสั้นเข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน เน้นเลือก KBANK และ BBL อย่างไรก็ตามผลกระทบจากการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จะเริ่มเห็นหลังหมดมาตรการ (30 มิ.ย.) ไปแล้ว 90 วัน หรือ ต.ค.เป็นต้นไป ดังนั้นยังคงมุมมองระวังต่องบไตรมาส 4/63
เลือกลงทุนรายตัว เน้นหุ้นปลอดภัย ระวังกลุ่มท่องเที่ยว ได้แก่ CPF, TU, TIP, THRE, ADVANC, INTUCH, DIF, JASIF, SUPEREIF, BTSGIF, BCH, CHG, WHAUP, EASTW, SUPER ขณะที่ระวังกลุ่มท่องเที่ยว หลังตัวเลขอัตราเข้าพักก.ย.ออกมาที่ 34.32% (ส.ค.ที่ 31.65%) แต่รายได้จากการท่องเที่ยว ลดลงเหลือเพียง 7.63 หมื่นลบ. (ส.ค.ที่ 8.65 หมื่นลบ.) ทำให้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวโดยเฉพาะโรงแรมคาดจะยังมีผลขาดทุนอีกนาน ขณะที่ภาระหนี้จะสร้างแรงกดดันต่อโอกาสเพิ่มทุน โดยตลาดจะประเมินสิ่งนี้จากงบไตรมาส 3/63
ภาพรวมกลยุทธ์ แค่เก็งกำไรรอจุดซื้อที่ดี โดย SET Index แกว่งตัวทางลง มีแนวรับ 1,232 และ 1,200 ยังมองภาพในเชิง asset allocation หุ้นน่าสนใจกว่าพันธบัตร ทำให้ความผันผวน หรือจังหวะที่ตลาดตกใจ จะเป็นจังหวะดีในการทยอยซื้อหุ้นใหญ่พื้นฐานดี // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร STA, THRE*, WHAUP*
แนวรับ 1,232 จุด / แนวต้าน : 1,250-1,258 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%
ประเด็นการลงทุน
ธ.สแตนดาร์ดมองศก.ไทยปีนี้ -8% - ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์ดเตอร์ด (ไทย) เผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2563 ได้ผ่านจุดต่ำสุดของปีไปแล้ว โดยคาดว่าทั้งปีนี้จะหดตัว -8% และการฟื้นตัวน่าจะเป็นไปอย่างช้าๆ จากปัจจัยลบภายในประเทศ ความไม่แน่นอนในต่างประเทศ และคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นเติบโตได้ที่ 2% ในปี 2564
สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว - กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 898,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
เปิดลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งตั้งแต่ 6 โมงเช้าวันนี้ – โครงการคนละครึ่งเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ (16 ต.ค.) ตั้งแต่เวลา 06.00 - 23.00 น. อย่างไรก็ดี ผู้ได้รับสิทธิและใช้สิทธิตามโครงการ "คนละครึ่ง" แล้ว จะไม่สามารถเข้าร่วมมาตรการ "ช้อปดีมีคืน"ได้
ค่าระวางเรือ - ดัชนี BDI ปิดวันทำการ 1,561.00 จุด ลดลง 76.00 จุด, -4.64%
ประเด็นติดตาม: 16 ต.ค. – EU CPI เดือน ก.ย. , US industrial production เดือน ก.ย., US retail sales เดือน ก.ย.
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









