วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความเชื่อมั่น สิ่งแรกที่ต้องมี

เวลานี้สิ่งแรกที่ประเทศต้องมีและรัฐบาลควรตระหนัก คือ "ความเชื่อมั่น" ของผู้คนในสังคม ที่วันนี้ยังอยู่ในระดับต่ำและน่าวิตกต่อการเดินไปข้างหน้า มาจากหลายปัจจัย การชุมนุม รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการเปิดประเทศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อแบบก้าวกระโดด

ประเทศไทยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ชื่อ “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอย่างน้อย เราก็มีรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจครบทีม หลังจากมีการลาออกและรอมาระยะหนึ่ง แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ได้การันตีว่า การมาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คือคำตอบว่าประเทศมีความหวังในการฟื้นฟูเศรษฐกิจแล้ว เพราะผลสำเร็จนั้นต้องดูกันยาวๆ อีกระยะ รวมถึงต้องมาดูว่า รัฐมนตรีคนใหม่มีแนวทางในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร กรอบคิดอย่างไรบ้าง มีแนวทางแตกต่างจากเดิมแค่ไหน แต่ที่เราคิดว่าสำคัญกว่ามาตรการ และนโยบายคือ “ความเชื่อมั่น”

ความเชื่อมั่น คือหัวใจของการฟื้นฟูประเทศในยามนี้ เพราะหากเราขาดสิ่งนี้ หรือประชาชนไม่เชื่อมั่นแล้ว ยากที่เราจะขับเคลื่อนมาตรการหรือนโยบายต่อไป ต่อให้คิดหรือออกมาตรการที่สวยหรู แต่หากขาดเชื่อมั่นจึงเป็นเรื่องยากที่จะสำเร็จ เพราะการขับเคลื่อนประเทศนั้นต้องใช้พลังร่วมแรงร่วมใจทั้งสังคม ภาครัฐหรือภาคประชาชนต้องผนึกไปในทิศทางเดียวกัน ยิ่งประเทศไทยกำลังเดินไปสู่วิกฤติด้วยแล้ว ความยากจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล ย่อมจำเป็นต้องมีมากขึ้นกว่าปกติ เพียงแต่คำถามดังๆ ใหญ่ๆ ตอนนี้ ความเชื่อมั่นมีมากน้อยแค่ไหน ต้องบอกว่า “อยู่ระดับต่ำ”

ความเชื่อมั่นในระดับต่ำถือว่าน่าวิตกต่อการที่จะเดินไปข้างหน้า เมื่อย้อนกลับไปดูสาเหตุ ต้องบอกว่ามีหลากปัจจัย ปมความวิตกจากการชุมนุมก็ตัวแปรหนึ่ง หน้าตาของรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจก็ตัวแปรหนึ่ง เพราะต้องยอมรับว่าสังคมคาดหวังกับทีมเศรษฐกิจพอสมควร เมื่อเลือกออกมาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และคนที่ต้องการไม่อยากเข้าร่วมให้เปลืองตัวด้วยแล้ว บุคคลที่เข้าร่วมรัฐบาลจึงไม่เป็นไปดั่งหวัง นอกจากนั้นยังมีตัวแปรปัจจัยเสี่ยงที่ครั้งนี้ดูจะรุนแรงมากกว่าหลายๆ ครั้ง เพราะเกิดวิกฤติกันทั้งโลก เมื่อเศรษฐกิจไทยพึ่งพาส่งออกและท่องเที่ยวในสัดส่วนที่สูง จึงเป็นเรื่องยากที่ประชาชนจะ “เชื่อมั่น” ว่ารัฐบาลจะสามารถฝ่าวิกฤติที่จะมาเยือนในอนาคตได้ 

เราเห็นว่า สิ่งแรกที่รัฐบาลตระหนักเวลานี้คือ จะทำอย่างไรให้ประชาชนมี “ความเชื่อมั่น” ในแนวทางที่รัฐบาลจะขับเคลื่อนต่อไป ยิ่งวันข้างหน้า การจะฝ่าไปได้ ย่อมต้องคิดนอกกรอบ หรือนโยบายที่มีความยากและซับซ้อนมากขึ้น เช่นตัวอย่าง ต้องตัดสินใจ “เปิดประเทศ” มีทั้งกลุ่มคนที่เห็นด้วยและต่อต้าน ดังนั้นจำเป็นต้องได้ข้อสรุปร่วมของสังคม เพราะหากเปิดประเทศมาแล้ว เกิดคนติดเชื้อพุ่งแบบก้าวกระโดดอย่างบางประเทศด้วยแล้ว ผลกระทบอาจยากจะควบคุม เพราะถึงเวลานี้วัคซีนยังไม่มีความชัดเจน นี่เพียงแค่ตัวอย่างแรก เพราะหลังจากนี้จะมีอีกหลายมาตรการที่ต้องอาศัยรวมพลังของทั้งสังคม ที่ต้องเกิดจากสิ่งแรกคือ “ความเชื่อมั่น”