วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กองหุ้นเฮลธ์แคร์ ‘ฮอต’ รับอานิสงส์คนรักสุขภาพ

“อุตสาหกรรมด้านการดูแลสุขภาพ” ถือว่าเป็นกลุ่มที่ นักลงทุนให้ความสนใจเนื่องจากข่าวการพัฒนาวัคซีน ป้องกันโควิด-19 ส่งผลต่อ sentiment โดยรวม ทำให้ “กลุ่มหุ้นเฮลธ์แคร์โลก” หรือGlobal Health Care ได้อานิสงส์ตามไปด้วย

ขณะที่ “ผู้จัดการกองทุน” ยังคงมีมุมมอง “เชิงบวก” ต่อหุ้นกลุ่มนี้ในอนาคต ด้วย 3 ปัจจัยสนับสนุน คือ 1. การวิจัยและพัฒนาที่จะส่งผลบวกต่อผลตอบแทนในหุ้นกลุ่มนี้ 2. นโยบายด้านสวัสดิการสุขภาพในสหรัฐที่ ณ ปัจจุบันทั้งโจ ไบเดน หรือ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่ได้มีนโยบายที่จะปฏิรูปสาธารณสุข ซึ่งอาจเป็นผลดีต่อกลุ่มธุรกิจนี้ 3. ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้กลุ่มเฮลธ์แคร์ ถือว่าเป็นหุ้นตั้งรับหรือ “หุ้น defensive “ไปโดยธรรมชาติ ในขณะที่ธุรกิจอื่นได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว

ปัจจุบันจึง พบว่า “กองทุนกลุ่ม Global Health Care” มีทิศทางที่เปลี่ยนไปเป็น “เงินไหลเข้า”จากในอดีตที่มีเงินไหลออกต่อเนื่องมาเป็นเวลา 4 ปี แม้ในช่วง 9 เดือนผ่านมานี้(ณ 24 ก.ย.2563) จะมีปริมาณเงินไหลเข้าถือว่าไม่สูงมาก 

โดย “บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ซ (ประเทศไทย)” รายงานว่า มีปริมาณเงินไหลสุทธิเข้ารวม 1,100 ล้านบาท และเมื่อรวมกับตอบแทนตลาด ทำให้ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมานี้ มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 30,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11 % จากสิ้นปี2562 สาเหตุจากผลตอบแทนที่ “ค่อนข้างดี” หรือ เฉลี่ยสะสมที่ 8.2%

อย่างไรก็ตาม แม้ระยะสั้นด้วยมูลค่าหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นไปพอสมควรแล้ว นักลงทุนควรจะลงทุนอย่างระมัดระวังและเน้นการกระจายความเสี่ยงเป็นหลัก

“ชญานี จึงมานนท์” นักวิเคราะห์กองทุน ประจำประเทศไทย มอร์นิ่งสตาร์ กล่าวว่า หากดูมูลค่าหุ้นในปัจจุบันหลายบริษัทถือว่าปรับตัวขึ้นมาพอสมควร รวมทั้งบริษัทที่มีการพัฒนาวัคซีนรายใหญ่มีข่าวมาก่อนหน้านี้ว่าจะไม่ได้เป็นไปในลักษณะที่หวังผลกำไรมากหรือผลิตวัคซีนราคาแพง ทำให้ทาง “มอร์นิ่งสตาร์” มองว่า จะเป็นส่วนเสริมให้บริษัทมี goodwill ที่ช่วยให้มีอำนาจต่อรองด้านราคาของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ในอนาคต

ดังนั้น นักลงทุนที่สนใจควรคำนึงถึงการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากการลงทุนในลักษณะกองทุนที่เน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเช่นนี้อาจทำให้มีผลตอบแทนที่ผันผวนได้มากกว่ากองทุนกลุ่มอื่น

“สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)ทิสโก้ จำกัด มองว่า กลุ่มหุ้นเฮลธ์แคร์โลกเป็น “หุ้นกลุ่มเมกะเทรนด์” ที่จะโตต่อเนื่องไปอีก 5-10 ปี จากพัฒนาการและวิจัยในการรักษาโรคที่ยังไปได้อีกมากและยังได้รับประโยชน์โดยตรงจากสังคมผู้สูงอายุ และกระแสคนรักสุขภาพ

อีกทั้งวัคซีนที่บริษัทต่างๆ ได้รับการอนุมัติจาก องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA หรือ Food and Drug Administration )จะส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทนั้นปรับเพิ่มขึ้นแรงรับความคาดหวังเรื่องรายได้ที่น่าจะเพิ่มขึ้น อีกส่วนหนึ่งคือบริษัทผู้คิดค้นยาหรือวัคซีนจะได้รับการเทคโอเวอร์จากบริษัทยาขนาดใหญ่ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นแรงในอีกทางหนึ่ง

ดังนั้น หุ้นกลุ่มนี้ จึงเป็น “หุ้นเติบโต”(Growth Stock) ซึ่งยังมีโอกาสการเติบโตที่ดีรออยู่มาก รวมทั้งหุ้นกลุ่มนี้ก็ยังคงถูกกว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

สำหรับsector ย่อยของหุ้นกลุ่มนี้ที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มแรกที่ได้ประโยชน์อย่างเห็นได้ชัดคือ “กลุ่มไบโอเทค” ซึ่งเกี่ยวข้องกับนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ ทำรีเสิร์ท คิดค้นยารักษาโรคร้ายแรง ยารักษาโรคหายยาก เมื่อโควิด-19 แพร่ระบาดหลายบริษัทจึงเริ่มมีข่าวว่าอยู่ในขั้นตอนการพัฒนายาและวัคซีนรักษา ทำให้ราคาหุ้นปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างดีมากในช่วงแรก กลุ่มต่อมาที่ได้รับประโยชน์โดยตรงคือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรักษาทางไกล หรือ “เทเลเมดิซิน” ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่ม Health Care Facilities and Services

หากถามว่าตอนนี้แพงไปหรือยังนักลงทุนอยู่ควรทำอย่างไรนั้น “สารัชห์” กล่าวว่า ในระยะสั้นหุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมามากพอสมควรเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มอื่นๆ อาจเห็นนักลงทุนบางรายขายทำกำไรออกมาบ้าง ซึ่งก็แล้วแต่บุคคล แต่ยังคงแนะนำ อยากให้นักลงทุนแบ่งสัดส่วนพอร์ตการลงทุนเป็น 50% ลงทุนยาว และ 50% อาจจะเลือกขายทำกำไรออกมาบ้าง