เน้นเลือกเก็งกำไรรายตัว โดยยังคงมองระยะสั้นเพียงฟื้นตัวทางเทคนิค

เน้นเลือกเก็งกำไรรายตัว โดยยังคงมองระยะสั้นเพียงฟื้นตัวทางเทคนิค

ตลาดผันผวนตามตัวเลขเศรษฐกิจและความหวังนโยบายกระตุ้น

หุ้นสหรัฐฯปรับลดลงจากการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรวันศุกร์ที่ผ่านมาที่เพิ่มขึ้น 661,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาด 850,000 ตำแหน่ง คาดว่าสัปดาห์นี้หุ้นจะยังคงผันผวนจากตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงนี้เริ่มฟื้นตัวด้วยโมเมนตัมที่อ่อนกำลังลง ซึ่งการกระตุ้นจากนี้จำเป็นต้องได้รับแรงส่งจากมาตรการด้านการคลัง โดยเฉพาะแผนกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ ซึ่งหากไม่ได้รับความเห็นชอบภายในสัปดาห์นี้ (9 ต.ค.)

การติดโควิดของทรัมป์ ลบต่อหุ้นสหรัฐฯแต่อาจผันผวนเชิงบวกต่อหุ้นเอเซีย แม้ทีมแพทย์แถลงอาการป่วยของประธานาธิปดีทรัมป์มีแนวโน้มที่ดีขึ้น และอาจออกจากร.พ.ได้เร็วสุดจันทร์นี้ อย่างไรก็ตามรายชื่อยาบางตัวที่ใช้ในการรักษา (Dexamethasone) ทำให้นักลงทุนตั้งข้อสงสัยถึงการให้ในเชิงป้องกัน หรือแท้จริงแล้วอาการของปธน.สหรัฐฯ อาจหนักที่เป็นข่าว ทั้งนี้หลังรายงานการติดเชื้อโควิด ส่งผลให้คะแนนเสียงของไบเดนเริ่มนำห่าง ซึ่งเป็นลบต่อหุ้นสหรัฐฯ จากนโยบายการขึ้นภาษีของไบเดนที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อกำไรบจ.ในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามแนวโน้มดังกล่าวคาดจะทำให้นักลงทุนอาจลดน้ำหนักการลงทุนในบจ.สหรัฐฯลง และกระจายการลงทุนมายังเอเชียและตลาดเกิดใหม่มากขึ้น

กลุ่มธนาคาร การลงต่อจะเริ่มเข้าสู่ขุดเสี่ยงซื้อ คาดกำไรไตรมาส 3/63 ของกลุ่มอยู่ที่ 30,767 ล้านบาท +5% QoQ แต่ยังลดลง -43% YoY คาดธนาคารใหญ่อย่าง BBL และ KBANK ที่ตั้งสำรองความเสี่ยงทางเครดิต (ECL) ไปสูงในช่วงไตรมาส 2/63 จะมีผลประกอบการที่ฟื้นตัวขึ้น +83% QoQ และ +239% QoQ แต่ยังคงต่ำกว่าผลประกอบการปีก่อน -40% และ 26% ทั้งนี้ในช่วงต.ค.คาดจะมีการประกาศผลทดสอบความเสี่ยงจากภาวะวิกฤติ (stress test) ซึ่งจะยืนยันความแข็งแกร่งกลุ่มธนาคารและทำให้สามารถกลับมาจ่ายปันผลได้ โดยหุ้นที่น่าสนใจคือ BBL, KBANK และ TISCO

เลือกลงทุนรายตัว หุ้นที่เราชอบ ได้แก่ CPF, TU, TIP, THRE, ADVANC, INTUCH, DIF, JASIF, SUPEREIF, BTSGIF, BCH, CHG, WHAUP, EASTW, SUPER / หุ้นที่มีปัจจัยบวก 1) กำไรเติบโตโดดเด่น CKP, ZIGA 3) วีซ่าพิเศษ ERW, CENTEL, MINT, VRANDA, SPA 4) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้น ดีต่อ TIP, THRE, BLA, THREL

ภาพรวมกลยุทธ์ เคลื่อนไหวกรอบแคบ โดยมองระยะ 3-4 สัปดาห์ข้างหน้า SET Index ยังอาจเผชิญความเสี่ยงทางลงอีก 50-70 จุด ในช่วงตลาดเปราะบางจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก การเก็งกำไรเน้นเลือกซื้อรายตัว โดยมีเงินสดบางส่วนรอซื้อในจังหวะที่ตลาดตกใจหรือแกว่งตัวแรง ซึ่งจะเป็นจังหวะดีในการทยอยซื้อหุ้นใหญ่พื้นฐานดี // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร BAM*, TIP*, TTA*

แนวรับ 1,230 จุด / แนวต้าน : 1,244-1,250 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

ประเด็นการลงทุน

ทรัมป์อาการดีขึ้น พร้อมทวีตผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ - แพทย์สหรัฐเผยว่าทรัมป์อาจสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ภายในวันนี้หลังอาการปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ข

สหรัฐเดินหน้าสอบสวนเวียดนามกรณีแทรกแซงค่าเงิน หนุนส่งออกหลังตัวเลขดุลการค้ากับสหรัฐเพิ่มสูงขึ้นตลอดช่วงที่ผ่านมา ถึง $3.5 หมื่นล้าน จากประเด็นข้อขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ส่งผลทำให้มีการย้ายฐานการผลิตออกมาจากประเทศจีน โดยคาดว่าการสืบสวนจะใช้เวลาอีกสักระยะและผลการสืบสวนจะเปิดเผยหลังจากช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

สสว. ไฟเขียวงบ 1.113 พันล้าน มุ่งเสริมศักยภาพ SME MSME - บอร์ด สสว. มีมติเห็นชอบการจัดสรรเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม งบประมาณปี 64 วงเงิน 1.113 พันล้านบาท มุ่งเน้นเสริมศักยภาพการแข่งขัน SME-MSME

ประเด็นติดตาม: 5 ต.ค. – TH CPI เดือน ก.ย., 8 ต.ค. – FOMC meeting minutes / US initial jobless claims, 9 ต.ค. – TH consumer confidence เดือน ส.ค.

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)