BAM - ซื้อ, CPALL บ.ย่อย ได้รับสิทธิ์ทำสัญญาแฟรนไชส์หลักสำหรับดำเนินการร้าน 7-Eleven, STEC ลงนามสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างสายทางเลี่ยงเมืองหนองคาย (ด้านตะวันออก) ตอน 1, BGRIM ปรับเพิ่มเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมในปี 68
BAM BUY
TP: Bt 28.00
BAM รายงานกำไรสุทธิใน 2Q20 ที่ 136 ลบ. ลดลง 82% yoy และ 81% qoq ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดอย่างมากเนื่องจากกำไรจากการซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) ที่ลดลง (-14% yoy, -52% qoq) ซึ่งเป็นผลทางบัญชี อย่างไรก็ตามเงินสดรับใน 2Q20 ของ BAM อยู่ที่ 2.7 พันลบ. ปรับลดลงเล็กน้อยที่ 6% yoy ซึ่งถือว่าทำได้ค่อนข้างดีในสภาวะการแพร่ระบาดของ Covid-19 คงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 28.00 บาท
CPALL
บ.ย่อย ได้รับสิทธิ์ทำสัญญาแฟรนไชส์หลักสำหรับดำเนินการร้าน 7-Eleven ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวจากทาง 7-Eleven Inc. ระยะเวลา 30 ปี ต่อสัญญาได้อีกสองครั้ง ครั้งละ 20 ปี (อินโฟเควสท์)
STEC
ลงนามสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างสายทางเลี่ยงเมืองหนองคาย (ด้านตะวันออก) ตอน 1 จ.หนองคาย ของกรมทางหลวง มูลค่าโครงการ 1.54 พันล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยเป็นงานก่อสร้างทางแยกต่างระดับเลี่ยงเมืองหนองคาย สะพานกลับรถ พร้อมทั้งระบบระบายน้ำ และไฟฟ้าแสงสว่าง มีระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วันนับถัดจากลงนามในสัญญา (อินโฟเควสท์)
BGRIM
ปรับเพิ่มเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมในปี 68 ขึ้นเป็น 7,200 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายเดิม 5,000 เมกะวัตต์ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีโครงการใหม่ๆ เข้ามานำเสนอให้บริษัทพิจารณาลงทุนเป็นจำนวนมาก และบริษัทมีโอกาสพัฒนาโครงการมใหม่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมด้วย
สำหรับโครงการที่บริษัทมีโอกาสที่จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมในขณะนี้ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ประเทศเกาหลีใต้ กำลังการผลิต 130-150 เมกะวัตต์ คาดว่าจะได้ข้อสรุปการเข้าลงทุนในไตรมาส 4/63, โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซ LNG ในประเทศเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิต 2,700 เมกะวัตต์ มีโอกาสเข้าไปลงทุนค่อนข้างมาก เพราะบริษัทมีชื่อเสียงค่อนข้างดีและเป็นที่ยอมรับในเวียดนาม
นอกจากนี้ บริษัทยังเข้าประมูลโครงการโรงไฟฟ้า SPP ในประเทศมาเลเซีย กำลังการผลิต 250 เมกะวัตต์ด้วย (อินโฟเควสท์)









