วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เงินบาท’ เปิดตลาดวันนี้ ‘แข็งค่าสุดในรอบ2สัปดาห์

เงินบาทกลับมาแข็งค่าสุดในรอบ2สัปดาห์ที่31.09 บาทต่อดอลลาร์ ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังธนาคารกลางสหรัฐเปลี่ยนนโยบายการเงินใหม่ แต่ถ้าเห็นการฟื้นตัวที่ช้ามากกว่าคาด ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่จะเห็นตลาดกลับไปปิดรับความเสี่ยง

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.09 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 31.16 บาทต่อดอลลาร์  มองกรอบเงินบาทระหว่างวัน 30.98-31.18 บาทต่อดอลลาร์ และกรอบเงินบาทรายสัปดาห์ 30.90-31.40 บาทต่อดอลลาร์

ส่วนในฝั่งตลาดเงิน สัปดาห์ก่อนดอลลาร์มีแนวโน้มปรับตัวลงชัดเจนหลังธนาคารกลางสหรัฐเปลี่ยนเป้าหมายนโยบายการเงินไปใช้เงินเฟ้อเฉลี่ย (Average Inflation Targeting) พร้อมกับที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นนายชินโซ อาเบะแถลงลาออกทำให้เยนญี่ปุ่น (JPY) แข็งค่าไปด้วย

ในสัปดาห์นี้จึงต้องจับตาการเคลื่อนไหวของยูโร (EUR) และเยนญี่ปุ่นต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี มองว่าตลาดจะให้ความสนใจกับตัวเลขเศรษฐกิจต้นเดือนด้วย แม้แนวโน้มหลักยังคงเป็นการอ่อนค่าของดอลลาร์จากนโยบายการเงิน แต่ถ้าเห็นการฟื้นตัวที่ช้ามากกว่าคาด ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่จะเห็นตลาดกลับไปปิดรับความเสี่ยง (Risk Off) หนุนให้ดอลลาร์แข็งค่ากลับได้ มองกรอบดัชนีดอลลาร์สัปดาห์นี้ 91.5-93.0จุด จากปัจจุบัน 92.3จุด

ฝั่งเงินบาท หลังจากที่ดอลลาร์อ่อนก็แข็งค่าตามทันที โดยในสัปดาห์นี้แนะนำจับตาตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account) ซึ่งทรงตัวมาตลอดสี่เดือนล่าสุด ถ้าเริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาเกินดุลเกินพันล้านดอลลาร์บ้าง ก็เชื่อว่าจะเห็นเงินบาทมีทิศทางแข็งค่าต่อได้ด้วย เพราะเป็นสัญญาณว่าการส่งออกฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำที่สุดของปีแล้ว

ในสัปดาห์นี้แนะนำจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐและทิศทางค่าเงินดอลลาร์ที่มีโอกาสอ่อนค่าต่อเนื่องโดยตัวเลขที่สำคัญเริ่มต้นที่การรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตในสหรัฐ (ISM Manufacturing PMI) ในวันอังคารที่คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 53.4จุด ขณะที่วันพฤหัสก็จะต่อด้วยการรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ (ISM Non-Manufacturing PMI) ที่มีโอกาสชะลอตัวลงจากเดือนก่อนที่ระดับ 58.1จุด มาที่ระดับ 56.4จุด หลังตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานใหม่ (Initial Jobless Claims) ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนชี้ว่าการจ้างงานไม่ได้ฟื้นตัวดีมากจากเดือนก่อนหน้า

ส่วนในวันศุกร์ จะมีการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (U.S. Non-farm Payrolls) ที่เชื่อว่าบริษัทในสหรัฐจะมีการจ้างงานเพิ่มเติมขึ้นได้อีก 1.4 ล้านตำแหน่งในเดือนที่ผ่านมา หนุนให้อัตราการว่างานปรับตัวลงมาที่10.0% อย่างไรก็ดีความเร่งของการฟื้นตัวดูจะช้าลงจากช่วงหลังวิกฤติ ชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังเข้าสู่ช่วงปรับโครงสร้าง