ธุรกิจอาหารจะช่วยจำกัด downside ใน 2H63F
Event
ประชุมนักวิเคราะห์
Impact
70% ของโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของกลับมาเปิดดำเนินการแล้ว
CENTEL กลับมาเปิดบริการโรงแรม 8 แห่งที่บริษัทเป็นเจ้าของในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2563 เท่ากับว่า 70% ของโรงแรมทั้งหมดที่บริษัทเป็นเจ้าของได้กลับมาเปิดบริการแล้ว ในขณะที่โรงแรมในมัลดีฟส์ยังคงปิดอยู่และบริษัทอาจจะพิจารณากลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งตั้งแต่ 4Q63F เป็นต้นไป
ทั้งนี้ occupancy โดยรวมยังคงเร่งตัวขึ้น โดยโรงแรมในกรุงเทพอยู่ที่ 30% โรงแรมที่พัทยาและหัวหินอยู่ที่ 40% และโรงแรมในจังหวัดอื่น ๆ อยู่ที่ 20-26% CENTEL มีแผนจะกลับมาเปิดให้บริการโรงแรมทุกแห่งในประเทศไทยภายในเดือนตุลาคม 2563 ซึ่งจะช่วยหนุนแนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจใน 2H63
ธุรกิจอาหารผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
SSSG ยังคงฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องเป็น -18% ในเดือนกรกฎาคม (จาก -35% ใน 2Q63) เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลงไป ทั้งนี้ สัดส่วนยอดขายอาหารแบบ delivery เพิ่มขึ้นเป็น 20% ของยอดขายรวมในช่วง 2Q63 ถึงเดือนกรกฎาคม 2563 จากช่วงก่อน COVID ระบาดที่ 10% ดังนั้น เราจึงยังคงคาดว่าแบรนด์ที่มียอดขายผ่านช่องทาง delivery สูงอย่างเช่น KFC และ Mister Donut จะมีผลการดำเนินงานดีกว่าแบรนด์อื่น ๆ
สถานะทางการเงินดีที่สุดในกลุ่ม
เราไม่ห่วงประเด็นความเสี่ยงทางการเงิน เนื่องจาก D/E เมื่อสิ้นงวด 2Q63 ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ที่ 0.8x ซึ่งต่ำกว่า debt covenant ที่ 2.0x อยู่พอสมควร สำหรับระยะต่อไป CENTEL จะยังคงขยายธุรกิจแบบระมัดระวัง โดยปรับลดงบลงทุน (CAPEX) ปีนี้ลงเหลือ 4 พันล้านบาท (จากเดิมที่ตั้งไว้ที่
ประมาณ 9 พันล้านบาท)
Valuation & action
ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนในปัจจุบัน เรายังคงเลือก CENTEL เป็น top-pick เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจอาหาร ในขณะที่ความเสี่ยงทางการเงินอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม เรากำลังอยู่ระหว่างทบทวนคำแนะนำ CENTEL เนื่องจากมองว่าประมาณการกำไรของเรายังมี downside เพิ่มอีก
Risks
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติต่ำเกินคาด









