'วายแอลจี' ชี้ทองร่วง 74.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังเงินดอลลาร์แข็งค่า ขณะที่ Hedge Fund ลดสถานะชอร์ตในเงินดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับแต่ปี 2561
บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ราคาทองคำวานนี้ (19 ส.ค.) ปิดปรับตัวลดลง 74.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากการแข็งค่าของเงินสกุลดอลลาร์ หลังจากนักลงทุนบางส่วนมีการซื้อคืน (Buy closed) เพื่อปิดสถานะขาย (Short position) เพื่อลดความเสี่ยงก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะเปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันนี้ 28 - 29 ก.ค. ที่ผ่านมา
หลังจากก่อนหน้านี้กองทุน Hedge Funds ถือครองสถานะขายในค่าเงินดอลลาร์ลดลงเป็นครั้งแรกนับแต่เดือน พ.ค. 2561 ประกอบกับราคาทองคำหลุดกรอบ Rising Wedge ทำให้สูญเสียมุมมองเชิงบวกจนกระตุ้นแรงขายทางเทคนิคเพิ่ม
ขณะเดียวกันรายงานข่าวจาก The Wall Street Journal ที่ระบุว่าคณะเจรจาการค้าของสหรัฐและจีนวางแผนที่จะหารือกันผ่าน Video Conference ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ จึงช่วยบรรเทาความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐเพิ่มจนกระตุ้นแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
นอกจากนี้ รายงานการประชุมเฟดย้ำชัดว่า เฟดจะยังไม่ใช้มาตรการควบคุมอัตราผลตอบแทน (Yield curve control) ในตอนนี้ โดยมองว่าเศรษฐกิจจะได้รับประโยชน์เพียงเล็กน้อยจากมาตรการดังกล่าวในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน สะท้อนท่าทีในเชิงผ่อนคลายนโยบายการเงินน้อยกว่าที่นักลงทุนบางส่วนคาดหวังไว้ จึงเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังการลดลงของราคาทองคำรอบนี้ จนแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,924.68 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนกองทุน SPDR ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสำหรับปริมาณการถือครองทองคำ
โดยรวมแล้วหากทองคำยังคงพยายามยืนเหนือโซน 1,924 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีแนวโน้มจะขึ้นทดสอบ 1,960 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถปรับขึ้นได้ จะเกิดแรงขายออกมาเป็นระยะ โดยแนวรับถัดไปจะอยู่บริเวณ 1,906 - 1,885 ดอลลาร์ต่อออนซ์








