ตลาดหุ้นสหรัฐพลิกกลับมาเป็นบวกและแนวโน้มดอลลาร์ยังอ่อนค่าในระยะยาว ขณะที่นักลงทุนต่างชาติลดถือครองเงินเงินบาทจากปัจจัยกังวลการเมืองในประเทศ แต่ลุ้นการท่องเที่ยวไตรมาสสุดท้ายของปีกระตุ้นเงินบาทกลับมาแข็งค่าที่30.80บาทต่อดอลลาร์
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.14 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน มองกรอบเงินบาทระหว่างวัน31.08-31.28 บาทต่อดอลลาร์
ในช่วงคืนที่ผ่านมา ตลาดพลิกกลับมาเป็นบวกจากกลุ่มเทคโนโลยี ดัชนี S&P 500 และ Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้น0.3% ใกล้แตะระดับสูงสุดก่อนวิกฤติโคโรนาไวรัส ขณะเดียวกันก็มีแรงสนับสนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น1.9% บนความคาดหวังว่ากลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ (OPEC+) จะสามารถหาข้อตกลงในการคุมกำลังการผลิตในตับต่ำเพื่อประคองราคาน้ำมันไปได้ในวันนี้
ในตลาดเงิน พบว่าบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปี กลับตัวลดลงอีกครั้ง 2-3bps เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจว่ารัฐสภาสหรัฐจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็วอย่างที่เคยหวัง โดยภาพความเสี่ยงจากการเมืองนี้ กดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าราว0.2% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักด้วย
สำหรับเดือนนี้ เรากลับมาวิเคราะห์พื้นฐานของเงินดอลลาร์หลังจากที่นโยบายการคลังขนาดใหญ่เพื่อสู้วิกฤติเริ่มนิ่งทั่วโลก โดยมองว่าปัจจัยดังกล่าวจะกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าได้ต่อในระยะยาวเนื่องจากสหรัฐมีการขาดดุลการคลังที่สูงในเชิงเปรียบเทียบ และปรับคาดการณ์ค่าเงินยูโรเป็น 1.23 ดอลลาร์ (จากเดิม 1.20 ดอลลาร์ )ในอีก 12 เดือนข้างหน้า
ส่วนเงินบาท ช่วงนี้ก็เคลื่อนไหวในกรอบกว้าง เพราะนักลงทุนต่างชาติกังวลกับความผันผวนทางการเมืองระยะสั้นและทิศทางของเศรษฐกิจไทยในอนาคตจึงทยอยลดการถือเงินบาทลง
อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่าทั้งสองปัจจัยนั้นไม่ได้กระทบเงินบาทในระยะยาวมาก จึงยังคงมีมุมมองเชิงบวกอยู่ ซึ่งประเด็นหลักที่จะขับเคลื่อนเงินบาทได้จริงคือภาพเศรษฐกิจโลก ถ้าสามารถฟื้นตัวได้ภายในไตรมาสสุดท้ายของปี ก็จะหนุนการท่องเที่ยวและส่งออกไทยให้ฟื้นตัวกลับมาบ้าง จึงคงมุมมองเงินบาทที่ระดับ 30.80 บาทในสิ้นปีนี้เช่นเดิม






