โบรกเกอร์ เตรียมหั่นคาดการณ์ “กำไรบจ.” อีกรอบ หลังงบไตรมาส2“ต่ำคาด” อื้อ “บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง” เผย บจ.ประกาศงบแล้ว 90% กวาดกำไรไตรมาส 2 เพียง 1.18 แสนล้าน ทรุดกว่า 46% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ลุ้นครึ่งปีหลังฟื้น
ช่วงไตรมาส 2 ปี 2563 ถือเป็นช่วงที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรุนแรงสุด โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) แถลงตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสดังกล่าว “หดตัว” 12.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่บริษัทจดทะเบียน(บจ.) ส่วนใหญ่ประกาศผลดำเนินงานออกมา “หดตัว” มากกว่าที่ “นักวิเคราะห์” คาดการณ์เอาไว้
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการนักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า บจ.ที่ทยอยประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2563 มีออกมาแล้วราว 90% ของมาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นโดยรวม ซึ่งพบว่า มีกำไรสุทธิรวมกันราว 1.18 แสนล้านบาท ลดลง 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ปกติทำได้ราว 2 แสนกว่าล้านบาท และเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของฝ่ายวิจัยซึ่งคาดการณ์ไว้ในระดับ 1.5 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิของ บจ. ที่ประกาศออกมา ยังถือว่าเติบโตราว 34% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ทำได้เพียง 9 หมื่นล้านบาท
นายวิจิตร กล่าวว่า ตัวเลขกำไร บจ. ที่ประกาศออกมา มีทั้งกลุ่มที่เพิ่มขึ้นและหดตัว โดยกลุ่มที่เติบโตดี เช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์,วัสดุก่อสร้าง และกลุ่มสินค้าเกษตร ซึ่งกำไรฟื้นตัวจากทั้งช่วงเดียวกันในปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า
ส่วนกลุ่มที่กำไรหดตัวแรง หรือลดลงมากกว่า 50% ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก,การแพทย์,อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ส่วนกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักต่อดัชนีฯมากๆ อย่างกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ถือว่าทำได้ตามที่คาดไว้
ขณะที่กำไรในช่วงไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ออกมาต่ำกว่าคาดนั้น เชื่อว่าจะส่งผลให้นักวิเคราะห์สำนักต่างๆ อาจมีการปรับทบทวนประมาณการอัตรากำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดหุ้นไทยปีนี้อีกครั้ง จากเดิมที่อยู่ระดับ 60 บาทต่อหุ้นปลายๆ ซึ่งล่าสุดข้อมูลจาก Bloomberg Consensus พบว่ามีการปรับลด EPS ตลาดหุ้นไทยปีนี้มาอยู่ที่ระดับ 59.8 บาทต่อหุ้น และปีหน้าที่ระดับ 76 บาทต่อหุ้นแล้ว
ส่วนแนวโน้มกำไรบจ.ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ประเมินว่ามีสัญญาณค่อยๆ ฟื้นตัวและน่าจะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากฐานกำไรที่ค่อนข้างต่ำในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลของการขาดทุนสต็อกน้ำมันของกลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯและผลกระทบจากโควิด-19 ได้คลี่คลายลงไปแล้ว พร้อมคาดว่าในช่วงไตรมาส 3 ปี 2563 กำไรบจ.น่าจะกลับมาเกินระดับ 1.5 แสนล้านบาทและฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 4 ปี 2563
“กำไรบจ.ปีนี้เราคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 6.5 แสนล้านบาท หรือลดลง 31% จากปีก่อนที่ทำได้ 9.46 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เพราะขนาดเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งกำไรยังไม่ลดถึงขนาดนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ แต่ก็ยังมีโอกาสฟื้นตัวในช่วงต้นปี 2564 เนื่องจากฐานที่อยู่ต่ำมาก”
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเชีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ยังต้องรอติดตามว่าหลังการประชุมร่วมกับบริษัทจดทะเบียนแล้ว นักวิเคราะห์จะมีการปรับประมาณการ EPS ปี 2563 อย่างไร ซึ่งเบื้องต้นเป็นไปได้ที่จะเห็นปรับลดลงมาต่ำกว่า 60 บาทต่อหุ้น จากเดิมที่ทำไว้ระดับ 64 บาทต่อหุ้น โดยกำไรบจ.งวดไตรมาส 2 ปี 2563 ประเมินว่าเมื่อประกาศครบก็น่าจะได้ตัวเลขใกล้เคียง 1 แสนล้านบาทตามคาด
ส่วนอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามเป็นเรื่องการเมืองในประเทศ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าสถานการณ์โดยภาพรวมมีความร้อนแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้หากพิจารณาในมุมมองทางเศรษฐกิจ สถานการณ์ที่เป็นอยู่ถือว่ามีความสุ่มเสี่ยงอย่างมาก เพราะหากเกิดเหตุปัจจัยที่ทำให้การดำเนินมาตรการต่างๆทางเศรษฐกิจไม่สามารถดำเนินได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะทำให้ภาวะถดถอยที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันเลวร้ายลงได้และจะกระทบต่อ SET Index ในที่สุด








