วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

"พิพัฒน์" ยืดเวลารับสมัครบริษัททัวร์ร่วมโครงการ "กำลังใจ" ถึง 5 ส.ค.นี้

“พิพัฒน์” เผยบริษัททัวร์ลงทะเบียนร่วมโครงการ “กำลังใจ” ไม่ถึง 1 พันราย กระทรวงท่องเที่ยวฯยืดเวลารับสมัครถึง 5 ส.ค.นี้ดึงร่วมชิงเค้ก 2.4 พันล้านบาท พร้อมยอมรับโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ยอดอืด เหตุคนรอจองเฟส 2 รัฐเล็งช่วยจ่าย 60% เที่ยวเมืองรอง-วันธรร

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า หลังจากโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภาคการท่องเที่ยว แพ็คเกจ “กำลังใจ” วงเงิน 2,400 ล้านบาท จะเปิดให้ อสม. อสส. และเจ้าหน้าที่ รพ.สต. จำนวน 1.2 ล้านคน ท่องเที่ยวฟรี 100% โดยต้องใช้บริการของบริษัทนำเที่ยวในระบบ ราคานำเที่ยว 2 วัน 1 คืน ไม่เกิน 2,000 บาทต่อคน กำหนดให้เริ่มเดินทางตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.-31 ต.ค.นี้ ล่าสุดมีผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่าน www.เที่ยวปันสุข.ไทย จำนวน 986 ราย จากที่มีบริษัทนำเที่ยวจดทะเบียนในไทยกว่า 1 หมื่นราย

“หลังจากปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีบริษัทนำเที่ยวเข้าร่วมโครงการไม่ถึง 1 พันราย กระทรวงการท่องเที่ยวฯจึงตัดสินใจขยายวันรับสมัครไปจนถึงวันที่5 ส.ค.นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้สมัครเข้าร่วมโครงการมากขึ้น ส่วนบริษัทนำเที่ยวที่สมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว แต่ยังลงรายละเอียดรายการนำเที่ยวไม่ชัดเจน เช่น ยังขาดรายชื่อที่พักและแหล่งท่องเที่ยว ก็สามารถกลับมาลงรายละเอียดให้ครบได้”

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวเสริมว่า ทั้งนี้บริษัทนำเที่ยวสามารถเสนอขายรายการนำเที่ยวได้สูงสุดถึง 15 รายการภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพื่อให้สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ตรวจสอบคุณภาพและความคุ้มค่า โดยรายการนำเที่ยวที่ผ่านการอนุมัติจาก สทท.จะขึ้นแสดงบนเว็บไซต์ เที่ยวปันสุข.ไทย ล่าสุดวานนี้ (29 ก.ค.) มี 236 รายการ จากจำนวนรายการนำเที่ยวที่มีการเสนอเข้ามากว่า 1,563 รายการ บางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณภาพอยู่ โดยมียอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่ 122,193 ครั้ง

“ขอย้ำว่าบริษัทนำเที่ยวที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ต้องเป็นบริษัทที่จดทะเบียนก่อนวันที่ 1 ม.ค.2563 และหาก อสม. อสส. และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการพบว่าบริษัทนำเที่ยวทำผิดเงื่อนไข สามารถร้องเรียนเรื่องคุณภาพและส่งหลักฐานมาที่เว็บไซต์ฯหรือแจ้งมาที่สายตรง ททท. 1672 หากตรวจสอบแล้วพบว่าผิดเงื่อนไขจริง จะขึ้นแบล็กลิสต์ ถอนสิทธิ์ไม่ให้บริษัทนำเที่ยวนั้นๆ เสนอขายรายการนำเที่ยวทุกรายการผ่านโครงการ และสงวนสิทธิ์ไม่โอนเงินให้บริษัทนำเที่ยวด้วย”

ส่วนบริษัทนำเที่ยวที่ดำเนินการตามเงื่อนไข เมื่อพา อสม. อสส. และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.เดินทางจนจบทริป และมีการส่งหลักฐานครบ ททท.จะตรวจสอบข้อมูลการเดินทางจริง อนุมัติโอนเงินให้แก่บริษัทนำเที่ยวตามเกณฑ์ที่กำหนดภายใน 7 วัน ส่วนผู้เดินทางต้องไม่ลืมสแกนคิวอาร์โค้ดที่บัญชีถุงเงินของผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวรวม 2 ครั้ง ครั้งแรกคือตอนก่อนเดินทาง สแกนที่เมืองต้นทาง และครั้งที่ 2 สแกนก่อนเดินทางกลับที่เมืองปลายทาง

“แม้วิธีการอาจจะยุ่งยาก แต่ถือเป็นวิธีการตรวจสอบที่ดีที่สุดในขณะนี้ เพราะวงเงินของแพ็คเกจกำลังใจ 2,400 ล้านบาท มาจาก พรก.เงินกู้ ทำให้กระทรวงการคลังต้องคุมเข้มเรื่องวิธีการ เพื่อความถูกต้องและประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบฯ”

นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนแพ็คเกจ “เราเที่ยวด้วยกัน” ยอมรับว่ายอดจองสิทธิ์ห้องพักเข้ามาค่อนข้างอืด ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3 แสนคืน จากโควตาทั้งหมด 5 ล้านคืน คาดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนไทยรอจองห้องพักช่วงเฟส 2 ของโครงการ หลังจากก่อนหน้านี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯมีแนวคิดกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองรอง 55 จังหวัด และกระตุ้นการเดินทางวันธรรมดา ด้วยการเพิ่มอัตรารัฐช่วยจ่ายค่าที่พักและค่าอาหารกับสถานที่ท่องเที่ยวเป็น 60% จากเฟส 1 ที่รัฐช่วยจ่ายในอัตรา 40%

“ขอดูผลการจองห้องพักจนถึงช่วงสุดสัปดาห์นี้ก่อนว่าแนวโน้มเฟส 1 ของแพ็คเกจเราเที่ยวด้วยกันเป็นอย่างไร จากนั้นจะนำเรื่องเฟส 2 หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า และประเมินผลของแพ็คเกจเราเที่ยวด้วยกันอีกครั้งในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ตามยังระบุไม่ได้ชัดว่าจะนำเรื่องเฟส 2 ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้เมื่อไร” รมว.การท่องเที่ยวฯกล่าว