บางจากฯ คาด ยอดขายน้ำมันทั้งปีนี้หดตัวไม่เกิน 10% จากผลกระทบโควิด-19 มองครึ่งปีหลังแนวโน้มดีขึ้น หวังแพคเกจโปรโมทท่องเที่ยวกระตุ้นการใช้น้ำมันไตรมาส 3
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ BCP เปิดเผยว่า บางจากฯ คาดว่า ปริมาณขายน้ำมันทั้งปีนี้ จะลดลงไม่เกิน 10% จากปีก่อน จากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้ว่าในช่วงไตรมาส 1 ปี 63 ปริมาณขาย จะลดลง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และในช่วงไตรมาส 2 ปี63 คาดว่า ปริมาณขายน้ำมัน จะลดลงไปราว 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังปริมาณขาย ลดลงมากสุดในช่วงเดือน เม.ย.63 ประมาณ 20% แต่หลังจากที่รัฐบาล ได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ระยะที่ 3 ทำให้ปริมาณขาย ช่วงต้นเดือน มิ.ย.63 กลับมาอยู่ในระดับ 95% จากช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน หรือมีปริมาณขายลดลงประมาณ 5% เท่านั้น
คาดว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปีนี้จะดีกว่าครึ่งปีแรก จากความต้องการใช้น้ำมันที่เริ่มฟื้นตัวและราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรก หลังโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง และหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ได้ทยอยผ่อนคลายล็อกมาตรการล็อกดาวน์ โดยบางจากฯ มีปริมาณขายน้ำมันรวม 400-500 ล้านลิตรต่อเดือน ซึ่งส่วนนี้ เป็นปริมาณขายน้ำมันผ่านสถานีบริการน้ำมันราว 340-350 ล้านลิตรต่อเดือน
“ต้องรอติดตามการคลายล็อกดาวน์ ระยะที่ 4 จะส่งผลต่อยอดการใช้น้ำมันในภาพรวมอย่างไร อีกทั้งการที่รัฐเตรียมโปรโมทการท่องเที่ยวในประเทศไตรมาส 3 ก็เชื่อว่าจะช่วยสนับสนุนให้การใช้น้ำมันปรับเพิ่มขึ้นได้”
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนแผนการลงทุนเปิดสถานีบริการน้ำมัน(ปั๊ม)แห่งใหม่ของบริษัทฯ ในปีนี้ คาดว่า จะลดลงประมาณ 10% เหลืออยู่ที่ 54-55 แห่ง จากเดิมจะเปิดปั๊มใหม่ทั้งหมด 60 แห่งในปีนี้ เนื่องจากได้รับผลทบจากโควิด -19 นอกจากนี้ยังได้มีการปรับแผนเพื่อรักษาสภาพคล่อง ทั้งการปรับลดงบลงทุนในปีนี้ และเลื่อนโครงการลงทุนที่ไม่จำเป็นออกไป รวมถึงเลื่อนแผนการซ่อมบำรุงประจำปีออกไปเป็นปีหน้า แต่ในส่วนของการลงทุนโครงการปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโร 5 ยังเป็นไปตามแผน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบการลงทุน คาดว่า จะแล้วเสร็จปลายปีนี้ จากนั้นจะเริ่มหาผู้รับเหมาและก่อสร้างในปีหน้า เพื่อให้แล้วเสร็จทันตามกำหนดของภาครัฐในปี 66
สำหรับการลงทุนโครงการปิโตรเลียมของกลุ่มบางจาก ผ่านบริษัท OKEA ในประเทศนอร์เวย์ ที่ประสบปัญหาการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ในไตรมาสแรกที่ผ่านมาทำให้มีผลขาดทุนนั้น แต่ล่าสุดรัฐบาลนอร์เวย์ ได้ออกกฎหมายที่จะจ่ายภาษีคืนเป็นเงินสดให้กับบริษัทที่ขาดทุน ทำให้ OKEA ได้รับภาษีกลับคืนมาประมาณ 70-80 ล้านดอลลาร์ ก็จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับบริษัทได้









