"Industrial Estate" Sector (9 มิ.ย.63)

"Industrial Estate" Sector (9 มิ.ย.63)

ย้ายฐาน

Event

อัพเดตแนวโน้มอุตสาหกรรม

lmpact

สะดุดในช่วงสั้นเพราะข้อจำกัดในสถานการณ์ Covid-19 ในขณะที่ภาพอุตสาหกรรมระยะยาวยังบวก

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รายงานยอดคำขอส่งเสริมการลงทุน ใน 1Q63 ที่ 7.1 หมื่น ลบ. (-45% YoY) และยอดอนุมัติการลงทุนที่ 8.9 หมื่น ลบ. (-34% YoY) (Figure 1 – 2) การลดลงอย่างมีนัยสำคัญ YoY เนื่องจากข้อจำกัดในการเดินทางจาก Covid-19 ซึ่งเป็นไปตามมุมมองของเราว่าการลงทุนจะถูกเลื่อนออกไปอย่างน้อยก็ใน 1H63 เราคาดยอดคำขอจะฟื้นตัวขึ้น 2H63 และเร่งตัวขึ้นในปี 2564 จากธีม i) การย้ายฐานการผลิต และ ii) การเติบโตของบริการ logistic ให้บุคคลที่สาม (3PL) จากการเติบโตของ E-commerce

i) การย้ายฐานการผลิต: จากบทวิเคราะห์กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม: "Ready to take off” เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 62 เราระบุไว้ว่าความไม่แน่นอนจากประเด็นสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เกิดการย้ายฐานการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากเป็นสินค้าส่งออก
หลักของจีน (49%) และสหรัฐก็เป็นตลาดส่งออกหลัก (20%) (Figure 3) ประเทศไทยเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (~30% ของมูลค่าการส่งออกทั้งประเทศ (Figure 4)) ทั้งนี้ การประเมินของเราสอดคล้องกับการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญ
ระดับโลก ซึ่งมองว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกที่โรงงานที่ย้ายฐานการผลิตจากจีนจะเลือกมา (Figure 5) นอกจากนี้ คำขอสิทธิประโยชน์ BOI จากจีนยังเพิ่มขึ้นถึง 423% YoY เป็น 2.6 แสน ลบ.ในปี 2562 ในขณะที่ยอดการอนุมัติคำขอสิทธิประโยชน์ BOI จากนักลงทุนจีนก็เพิ่มขึ้นถึง 123% YoY เป็น
7.38 หมื่น ลบ. ในปี 2562 ทั้งนี้ ถึงแม้ 1Q63 คำขอ BOI ลดลง 28% YoY ใน 1Q63 แต่ยอดอนุมิตคำขอ BOI ของนักลงทุนจากจีนขยับเพิ่มขึ้น 0.6% YoY เป็น 2.94 หมื่นล้านบาท ซึ่งนับเป็นอันดับหนึ่ง และ ดีกว่ายอดดอนุมัติโดยรวมที่ลดลง 34% YoY (Figure 6 – 7) ยอดคำขอ BOI และยอดอนุมัติของ BOI ของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นถึง 292%YoY และ 60% YoY ตามลำดับในปี 2562 (Figure 8 - 9)

ii) การเติบโตของ E-commerce จะกระตุ้นการเติบโตของบริการ logistic สำหรับบุคคลที่สาม: ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกประเมินว่าตลาดบริการ logistic สำหรับบุคคลที่สามในตลาดโลกจะโต 8% - 10% CAGR (ปี 2562-2569) (Figure 10) โดยการเติบโตของธุรกิจ E-commerce จะเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของบริการ 3PL โดยเฉพาะในประเทศไทย เพราะ E-commerce ในประเทศไทยน่าจะโต 24.3% CAGR (2562-2569) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 14.9% (Figure 11 – Figure 14) ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศไทยอยู่ตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาค เราจึงคาดว่าประเทศไทยจะได้อานิสงส์จากกระแส E-commerce และจะเป็นทางเลือกของศูนย์กระจายสินค้า (distribution center) ทั้ง AMATA และ WHA จะได้อานิสงส์จากแนวโน้มระยะยาว

เราคาดว่า AMATA และ WHA จะได้อานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิต และแนวโน้มบริการ logistic สำหรับบุคคลที่สาม ซึ่งเมื่อแบ่งตามสัญชาติลูกค้า AMATA ดูจะมีความได้เปรียบ เพราะนิคมที่ระยองตอบสนองลูกค้าจีนโดยเฉพาะ ซึ่งคิดเป็น ~35% ของพื้นที่ทั้งหมดในนิคมที่ระยอง ในขณะที่ของ WHA
อยู่ที่ 9% WHA จะได้อานิสงส์จากการให้บริการจัดเก็บสินค้าเนื่องจากลูกค้าบริการ 3PL และ Ecommerce คิดเป็น 52% ของลูกค้าบริการ logistic ของ WHA หากแบ่งตามประเภทอุตสาหกรรม ทั้ง AMATA และ WHA มีสัดส่วนลูกค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์พอ ๆ กัน ที 8% (Figure 15)

Valuation & Action

จากแนวโน้มอุตสาหกรรมที่เป็นบวกในระยะยาว และตลาดน่าจะรับรู้การเลื่อนแผนการลงทุนในปี 2563 เราจึง re-rate PER ของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมจากเดิมที่ 12.0x (-0.5 S.D.) เป็น 18.0x (+0.5 S.D) และขยับไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2564 ทั้งนี้ ราคาหุ้นของทั้ง AMATA และ WHA พุ่งขึ้นมาถึง ~50% ซี่ง outperform SET อยู่ ~30% โดย AMTA ยังมี upside จากราคาปิดอีกประมาณ 11.4% และ WHA ยังมี upside อีก 4.8% ดังนั้น เราจึงยังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ "เท่ากับตลาด" และคงคำแนะนำหุ้น AMATA (ซื้อ ราคาเป้าหมาย 18.50 บาท) และ WHA (ถือ ราคาเป้าหมาย 3.50 บาท)

Risks

ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk) เศรษฐกิจชะลอตัวลง ภัยธรรมชาติ การซื้อที่ดิน การกระจุกตัวของกลุ่มอุตสาหกรรม เงินทุนไม่เพียงพอ