วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เงินบาท’ เปิดตลาดเช้านี้ ‘ทรงตัว’ที่ 32.06 บาทต่อดอลลาร์

ในสัปดาห์นี้ ติดตามข้อตกลงการค้าจีนกับสหรัฐ และคาดกนง. ไม่ลดดอกเบี้ย มีโอกาสเห็นเงินบาทแข็งค่าหลุด 32บาทต่อดอลลาร์

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยตลาดการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS)  เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.06 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน กรอบเงินบาทวันนี้ 31.95-32.15 บาทต่อดอลลาร์กรอบเงินบาทรายสัปดาห์ 31.85-32.35 บาทต่อดอลลาร์

ส่วนในฝั่งของตลาดการเงิน สัปดาห์นี้จะต้องติดตามปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ สำหรับสหรัฐและจีนเพิ่มเติมเชื่อว่าทั้งคู่จะไม่สามารถหาข้อตกลงกันได้เร็ว และอาจใช้นโยบายที่ไม่เป็นมิตรต่อกันมากขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในช่วงปลายปี จึงมีความเป็นไปได้ที่เงินดอลลาร์จะยังแข็งค่าต่อได้ถ้าข่าวร้ายนี้ กดดันให้ตลาดปิดรับความเสี่ยง (Risk Off)

ส่วนในฝั่งของเงินบาท เริ่มเห็นการกลับมาซื้อขายของผู้นำเข้าและส่งออกรายใหญ่มากขึ้น แม้ส่วนมากจะมองว่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่ากลับขึ้นไปได้ แต่ก็ไม่ได้มีปัญหากับระดับอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน ขณะที่ในสัปดาห์นี้ มองเงินบาทจะซื้อขายในกรอบแคบโดยมีความเสี่ยงหลักคือการประชุมกนง. ซึ่งถ้าไม่ลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดหวังก็อาจเห็นการแข็งค่าของเงินบาทลงต่ำกว่าระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้

ในสัปดาห์นี้มีตัวเลขเศรษฐกิจและนโยบายการเงินที่น่าติดตามหลายอย่าง  เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ จะมีการประกาศจีดีพีไตรมาสที่ 1 ปี 2020 ซึ่งตลาดคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะหดตัวราว 4.0% จากปีก่อนหน้าด้วยนโยบายเว้นระยะห่างทางสังคม

ตามมาด้วยในวันพุธก็จะมีธนาคารกลางจีน (PBoC) ที่จะประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายล่าสุด (Loan Prime Rate) ซึ่งคาดว่าจะ "คงที่" ที่ระดับ 3.85% โดยมีความเป็นไปได้ที่จะลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี

ขณะเดียวกัน ในช่วงบ่ายก็จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งตลาดคาดว่าจะมีมติ "ลด" อัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ไปอยู่ที่ระดับ 0.50% ในการประชุมครั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบของเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว

นอกจากนี้ในวันพฤหัส ก็ต้องติดตามรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดครั้งล่าสุด พร้อมกับการให้ความเห็นของคณะกรรมการนโยบายการเงินหลายท่าน ซึ่งประเด็นที่ต้องติดตามมากที่สุดคือทิศทางของนโยบายการเงินในอนาคต โดยในปัจจุบันตลาดคาดว่าเฟดจะต้องมีการใช้นโยบาย "ดอกเบี้ยติดลบ" ในที่สุด