ผลประกอบการ 1Q63: กำไรจากธุรกิจหลักเป็ นไปตามคาด
Event
SF มีกำไรสุทธิ 304 ล้านบาทใน 1Q63 (+13.8% YoY, -72.1% QoQ) แต่หากไม่รวมรายการปรับมูลค่ายุติธรรม (FV) กำไรจากธุรกิจหลักจะอยู่ที่ 200 ล้านบาท (-13.9% YoY, -18.0% QoQ) ซึ่งเป็นไปตามประมาณการของเรา โดยกำไรที่ลดลงสะท้อนถึงการปิดห้าง 10 วันใน 1Q63
lmpact
ส่วนแบ่งกำไรหลักยังคงแข็งแกร่งแม้ว่าจะมีการปิดห้าง 10 วัน
ส่วนแบ่งกำไรหลักจากบริษัทร่วมทุน (JV) ของ SF อยู่ที่ 120 ล้านบาท (ทรงตัว YoY, -6.1% QoQ) โดยรายได้ที่ทรงตัว YoY เป็นเพราะผลกระทบจากการปิดศุนย์การค้าเมกา บางนา (MB) 10 วันตามคำสั่งของรัฐบาลเพื่อคุมการระบาดของ COVID-19 หักล้างไปกับผลบวกจากการที่พื้นที่เช่าสุทธิ (net leasable area หรือ NLA) เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน รายได้ที่ลดลง QoQ เป็นเพราะผลกระทบจากการปิดห้าง นอกจากนี้ SF ยังมีกำไรจากการปรับ FV 103 ล้านบาทใน 1Q63 จากที่ขาดทุน 57 ล้านบาทใน 1Q62 ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการต่อสัญญาห้าง Esplanade
ยอดขายที่อ่อนแอก็เป็นเพราะการปิดห้าง
รายได้รวมของ SF ใน 1Q63 ลดลงมาอยู่ที่ 329 ล้านบาท (-6.8% YoY, -16.1% QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของเรา 4% ซึ่งเราคิดว่าเป็นเพราะมีการปิดห้างชั่วคราว ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น ของ SF ใน 1Q63 อยู่ที่ 61.4% เพิ่มขึ้นจาก 60.1% ใน 1Q62 ซึ่งชี้ว่าบริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายบางรายการลงได้
ผลประกอบการน่าจะลดลงอีกก่อนที่จะค่อยๆ ฟื้น
จากสถานการณ์ปัจจุบันที่จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใหม่รายวันเริ่มลดลง เราเชื่อว่าห้างจะปิดไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2563 ดังนั้น เราจึงคาดว่า SF จะมีผลขาดทุนสุทธิใน 2Q63 แต่ผลประกอบการน่าจะดีขึ้นใน 2H63 เมื่อห้างเริ่มกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง
Valuation & action
ถึงแม้ว่ากำไรจากธุรกิจหลักใน 1Q63 คิดเป็น 58% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา แต่เราคาดว่า SF จะขาดทุนสุทธิใน 2Q63 ก่อนที่จะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นใน 2H63 เรายังคงคำแนะนำ ถือ และคงราคาเป้าหมาย 2563F เอาไว้ที่ 4.82 บาท อิงจาก WACC ที่ 8.5% และ terminal growth ที่ 1.5%
Risks
ต้องปิดห้างนานเกินคาด เลื่อนแผนการขยายศูนย์การค้าชุมชน และอัตราการเช่าพื้นที่ของศูนย์การค้าเมกา บางนาต่ำเกินคาด









