สรท.เผย ส่งออกสินค้ากลุ่มอาหารไตรมาสแรก วูบ 13.3 % ผลจากมาตรการล็อคดาวน์ คาดส่งออกปี 63 ติดลบ 8 %
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายประเทศใช้มาตรการล็อคดาวน์ แต่ระยะเวลาการล็อคดาวน์ก็แตกต่างกันในแต่ละประเทศ บางประเทศเริ่มผ่อนคลาย แต่บางประเทศก็ยังคงมาตรการไว้เหมือนเดิม
ทั้งนี้ การส่วนของการส่งออกของไทยในภาพรวมยังมีปัญหาติดขัดอยู่ โดยเฉพาะปัญหาโลจิสติกส์ที่ส่งผลกระทบการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศผู้นำเข้าต่างๆและการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อนำมาผลิตสินค้า เช่น ประเทศอินเดีย ทำให้เจ้าหน้าที่ด้านศุลกากรหยุดทำงานมีปัญหาด้านเอกสาร ส่งผลกระทบต่อการซื้อวัตถุดิบจากอินเดียมาเป็นส่วนผสมอาหารในการผลิต เกิดความล่าช้า สินค้าก็ลอยอยู่กลางทะเล เป็นต้น ขณะที่บางประเทศในยุโรปจะสามารถส่งออกไปได้โดยเฉพาะเรื่องของการขนส่งสินค้าประเภทกลุ่มอาหาร
สำหรับการส่งออกของไทยในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาขยายตัว 4.17 % แต่เมื่อหักทองคำและน้ำมัน การส่งออกขยายตัวเพียง 2 % ซึ่งการระบาดของโควิด-19 ก็มีทั้งผลดีและไม่ดีต่อการส่งออกของไทย อย่างตลาดสหรัฐและจีนก็เพิ่มขึ้นแต่สินค้าก็แตกต่างกันไป โดยสินค้าที่ได้รับผลดีจากโควิด-19 คือ สินค้ากลุ่มเกษตรอาหาร ประเภทอาหารกระป๋อง แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป อบแห้ง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นในช่วงล็อคดาวน์เนื่องจากประชาชนอยู่บ้าน
ทั้งนี้ การขยายตัวของสินค้ากลุ่มเกษตรอาหารแม้จะเติบโตในช่วงการระบาดของโควิด-19 แต่ก็ไม่ได้ขยายตัวมากจากปี 62 เนื่องจากมีปัญหาด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกที่มีการระบาดมีความรุนแรง หลายประเทศใช้มาตราการล็อคดาวน์ที่ ทำให้การส่งสินค้ามีปัญหาล่าช้า จำนวนเรือเดินสมุทรลดลง ทำให้ต้องมีการต่อคิวในการส่งสินค้าลงเรือ และเมื่อถึงประเทศผู้นำเข้าก็ยังติดล็อคกับการขนส่งภายในประเทศอีก
อย่างไรก็ตามในบางประเทศก็ดีขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีนที่ทุกอย่างคลี่คลาย หลายธุรกิจกลับมาได้แล้ว ท่าเรือในเมืองต่างก็เปิดบริการได้ จึงคาดว่าจะทำให้การส่งสินค้ากลุ่มอาหารสามารถส่งได้มากขึ้น
สำหรับภาพรวมการส่งออกสินค้ากลุ่มเกษตรอาหารในไตรมาสแรกมีมูลค่า 119,546 ล้านบาท ลดลง 13.3 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 62 ที่มีมูลค่า 137,806 ล้านบาท ขณะที่สินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ไตรมาสแรกมีมูลค่า 137,765 ล้านบาท ลดลง0.6 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 62 ที่มีมูลค่า 138,641 ล้านบาทรวมสินค้ากลุ่มอาหารไตรมาสแรก มูลค่า 257,302 ล้านบาท ติดลบ 6.9%
นอกจากนี้การปิดร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม รีสอร์ท นักท่องเที่ยวที่หายไป ส่งผลกระทบต่อการบริโภคอาหาร ทำให้ปริมาณลดลง ทำให้การบริโภคอาหารลดลงตามไปด้วย ซึ่งประเทศไทยในแต่ละปียอดการบริโภคภายในประเทศปีละ 2 ล้านล้านบาท ปีนี้ไม่น่าจะถึงเนื่องจากผู้บริโภคที่เป็นนักท่องเที่ยวหายไป
ทั้งนี้ คาดว่าช่วงครึ่งปีหลังน่าจะกระเตื้องขึ้นเนื่องจากมีการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ เปิดประเทศ มีการเปิดธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม งานสัมมนา การจัดเลี้ยงได้บ้าง จะส่งผลให้เกิดการบริโภคมากขึ้น แต่ก็ยังมีมาตรการการรักษาระยะห่าง เช่นเดียวกับอาหารสำเร็จรูปที่ส่งออกไปตลาดต่างประเทศก็น่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นแต่ก็คงไม่มาก ต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายไม่มีการระบาดอีก
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มสินค้าในอนาคตหลังโควิด-19 จบคาดว่าจะเป็นสินค้าประเภทคอมพิวเตอร์ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ ที่มีอัตราการขยายตัวสูงมาก เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงจะอยู่กับบ้านมากขึ้น
“การส่งออกของไทยได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้คาดว่าส่งออกปีนี้น่าจะติดลบ 8 % แต่ก็อยู่ที่การระบาดของโควิด-19 จะจบลงในไตรมาสที่ 2 หรือไม่หรือการระบาดจะกลับมารอบ 2 รวมทั้งมาตรการผ่อนคลายล็อคดาวน์จะควบคุมการระบาดได้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด“









