วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จิตวิทยาของตลาดบวกจากข่าวผลการรักษาและแผนการเร่งผลิตยาต้าน

ตลาดช่วงสั้นมองข้ามตัวเลขเศรษฐกิจ

สหรัฐฯ รายงาน GDP ไตรมาส 1/63 ที่ -4.8% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ -4% ขณะที่คาด GDP ไตรมาส 2/63 อาจติดลบถึง 20% อย่างไรก็ตาม ตลาดมองข้ามตัวเลขดังกล่าวและยังคงปรับตัวขึ้นได้มากกว่า 2% จาก 1) เฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ยืนยันการใช้เครื่องมือทั้งหมดในการผลักดันเศรษฐกิจให้ฟื้นโดยเร็ว 2) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับลดลงมากกว่าคาด 3) การฟื้นตัวและผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด และ 4) ข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับยาและแผนการเร่งสร้างวัคซีน

ความคืบหน้ายารักษาโควิด 1) บริษัท Gilead Sciences รายงานผลการรักษาผู้ป่วยโควิดด้วยยา Remdesivir มีอาการดีขึ้น และมากกว่าครึ่ง สามารถออกจากร.พ.ภายใน 2 สัปดาห์ 2) ข่าวเกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ จะตั้งโครงการ Warp Speed ระดมผู้เชี่ยวชาญเพื่อเร่งกระบวนการผลิตวัคซีนและยาต้าน ซึ่งมีเป้าหมายที่ราว 8 เดือน เร็วกว่ากระบวนการปกติที่ 12-18 เดือน ซึ่งข้อมูลข้างต้นช่วยเพิ่มความจิตวิทยาเชิงบวกให้กับนักลงทุน

บอร์ดกกพ.แก้ปัญหาไฟฟ้าสำรองสูงเกินความต้องการใช้ โดยมีข่าวให้กฟผ.เจรจาผู้ผลิต SPP ชะลอการจ่ายไฟเข้าระบบออกไปเป็นปลายปีหรือต้นปี ทั้งนี้ผู้ประกอบการ GULF, BGRIM, GPSC ไม่มีโรงไฟฟ้า SPP ที่จะเริ่มจ่ายไฟ (COD) ในปีนี้แล้ว ส่วนโรงไฟฟ้าทดแทน (Replacement) เข้าปี 2565 จึงคาดไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ปัจจุยัน EGAT ยังคงรับซื้อไฟขั้นต่ำที่ 80% ทำให้ผลกระทบจากลูกค้าอุตสาหกรรมที่อาจชะลอการใช้มีจำกัด

ประเด็นการลงทุน/เก็งกำไร คาดการเปิดเมืองประกาศเป็นทางการในสัปดาห์นี้ การประกาศแนวทางผ่อนคลายธุรกิจ 8 ประเภท ของ กทม. คาดจะได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการโดย “ศบค.” ไม่เกินสุดสัปดาห์นี้ ธีมการลงทุนหลังของเรายังอยู่ที่ 1) หุ้นได้ประโยชน์ต้นทุนพลังงานลดลง 2) หุ้นผลการดำเนินงานกระทบจำกัดจากโควิด อาทิ สื่อสารและไฟฟ้า และ 3) กลุ่มอาหาร นอกจากนี้อาจมีประเด็นเก็งกำไรเพิ่มเติมจาก 1) การปรับหุ้นตามดัชนี MSCI ที่คาด AWC, KTC และ TOA มีโอกาสเข้าคำนวณ 2) กลุ่มประกันภัย สถานการณ์โควิดที่คลี่คลายทำให้การขายประกันช่วงก่อนหน้าคาดทำกำไรอย่างสูง บวกต่อ TIP และ THRE

ภาพรวมกลยุทธ์ โมเมนตัมยังดีในกลุ่มต้นทุนอิงปิโตรเลียม, ไฟฟ้า สื่อสาร และอาหาร ภาพรวมตลาดยังมองเป็นแค่ technical rebound ที่มีแนวต้าน 1270 และดีสุด 1300+/- จุด ตลาดอาจผันผวนหลังตอบรับปัจจัยบวกไปมากและเข้าสู่ช่วงที่อาจถูกกดดันจากประกาศงบ // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร THRE*, SINGER*, BPP, PTL* / ขายชอร์ต AOT* 

แนวรับ 1,270 / แนวต้าน : 1,300-1,320 จุด สัดส่วน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%

 

ประเด็นการลงทุน

ความคืบหน้ายารักษา Covid-19 - บริษัท Gilead Sciences เปิดเผยผลการทดสอบยา remdesivir หรือ แอนตี้ไวรัสในการรักษาผู้ป่วย Covid-19 ออกมาเป็นบวก โดยผู้ป่วยที่ได้รับยากว่า 50% สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ภายใน 2 สัปดาห์

MPI หดตัว 11.25% - สศอ.รายงานดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทย (MPI) เดือน มี.ค.หดตัวลง 11.25% yoy รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและภัยแล้ง

การบินไทย – คนร.เห็นชอบแผนแก้ปัญหาระยะสั้นและยาวเพื่อแก้ปัญหาการบินไทย โดยเบื้องต้นจะมีการขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้เสริมสภาพคล่อง 5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามด้วยส่วนผู้ถือหุ้นของ THAI ที่ราว 1.2 หมื่นล้านบาท และผลการดำเนินที่คาดว่าจะขาดทุนในไตรมาส 1-2/63 ทำให้จะเข้าเกณฑ์บริษัทจดทะเบียนที่จะถูกพิจารณาเพิกถอน ซึ่งจะถูกพักการซื้อขายได้ ดังนั้นผู้ลงทุนควรติดตามข้อมูลและเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง

ประเด็นติดตาม: 30 เม.ย. – ธปท.รายงายภาวะเศรษฐกิจไทย / ECB meeting, 8 พ.ค. – ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)