“สนธิรัตน์” ผนึก “สุวิทย์” เตรียมจัดเวทีระดมสมองนักวิชาการ-นักเศรษฐศาสตร์ งัดแผนฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ภายในเม.ย.นี้ เล็งหนุน สตาร์ทอัพรับโอกาสพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน แนะธุรกิจอาหาร-ท่องเที่ยว ยกมาตรฐานปลอดภัยโควิด ดึงเม็ดเงิน
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ได้หารือร่วมกับนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เพื่อเตรียมจัดทำแผนฟื้นเศรษฐกิจของประเทศภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง เนื่องจากมองว่า โควิด-19 น่าจะส่งผลให้มิติทางด้านเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งก็มีทั้งมิติในด้านบวกและด้านลบ ดังนั้น รัฐบาลจะมองหามิติในด้านบวกที่จะเข้าไปใช้ประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะถัดไป
ขณะนี้ กำลังรวบรวมนักคิด นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์จากหลายภาคส่วน เพื่อเปิดเวทีระดมความคิดเห็นซึ่งจะจัดขึ้นในรูปแบบของโซเซียล หรือ วีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ภายในเดือน เม.ย.นี้ คาดว่า จะมีความชัดเจนรายละเอียดการจัดเวทีดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้
“ผมจะทำเรื่องเศรษฐกิจหลังโควิด ในบทบาทของเลขาฯพรรค พปชร. ซึ่งท่านรัฐมนตรีฯ สุวิทย์ จะเป็นแม่งาน และกระทรวงพลังงาน ก็จะเข้าไปร่วมด้วย ว่าจะเอาความรู้มาใช้อย่างไร ให้ประเทศได้ประโยชน์จากโควิด”
สำหรับประเด็นสำคัญในการระดมข้อมูลครั้งนี้ จะต้องตอบโจทย์คำถามสำคัญ เช่น 1.สภาพเศรษฐกิจหลังโควิด-19 จะเป็นอย่างไร 2.สังคมหลังโควิด-19 จะเป็นอย่างไร ทั้งในแง่ของวิถีชีวิต และไลฟ์สไตล์ ของประชาชนจะเปลี่ยนไปอย่างไร และ3.เทคโนโลยีดิสรัปชั่นหลังโควิด-19 จะเป็นอย่างไร เป็นต้น ซึ่งมองว่า โรคโควิด-19 คงไม่จบลงโดยเร็ว
ดังนั้น หากไทยไม่สามารถเปิดประเทศได้ หรือ ต่างชาติเข้ามาจะมีวิธีการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างไร เช่น เรื่องของภาคการท่องเที่ยว ก็ต้องไปดูว่า โรงแรม สำหรับเข้าพักอาศัยในอนาคต จะมีเรื่องของ COVID Free หรือ เขตปลอดโควิดหรือไม่ ที่มีเรื่องของการอบฆ่าเชื้อภายในห้องพัก เพื่อสร้างมาตรฐานความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยจากเชื้อโรคให้กับผู้เข้าพักอาศัย และนักท่องเที่ยวอย่างไร หรือ ในเรื่องของสายการบิน ก็อาจจะต้องดูว่า มีมาตรฐาน COVID Free อย่างไร เพื่อสร้างความมั่นใจว่า เช่น การพ่นยาฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังให้บริการ ซึ่งมาตรฐานเหล่านี้ อาจจะต้องเกิดขึ้นในช่วงที่โลกยังไม่สามารถคิดค้นวัคซีนป้องกัน หรือ รักษาโควิด-19 ได้
ทั้งนี้ มองว่า ภาพเศรษฐกิจทั่วโลกจะเปลี่ยนแปลงไปหลังโควิด และประเทศที่ใช้การแข่งขันได้ดี ก็จะได้รับประโยชน์ เช่น จีน ที่เป็นแหล่งแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ประสบความสำเร็จในการผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับโควิดทั้งหมด เช่น เครื่องมือเทสโควิด เครื่องฟอกอากาศฆ่าเชื้อไวรัส อุปกรณ์หน้ากาก Positive Pressure เป็นต้น ทำให้จีน กลายเป็นมหาอำนาจด้านโควิด ที่มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโควิดเติบโตอย่างมาก จนกลายเป็นผู้ส่งซัพพลายสินค้าของโลก
ขณะที่ประเทศไทย เป็นแหล่งผลิตและซัพพลายอาหารของโลก จะต้องไม่มองแค่การผลิตป้อนความต้องการของโลกเท่านั้น แต่จะต้องดูเรื่องของแหล่งอาหารที่ปลอดภัยด้วย รวมถึงเรื่องของหน้ากากอนามัยที่จะกลายเป็นพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภค ซึ่งการใส่หน้ากากอนามัย จะเป็นโอกาสที่ดีทางธุรกิจของประเทศไทย ฉะนั้น จะต้องประเมินทิศทางเศรษฐกิจให้ดี เพื่อรับกับโอกาสที่จะเข้ามาในอนาคต
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ในส่วนของธุรกิจพลังงานก็เช่นกัน จะต้องมองหาโอกาสหลังโควิด เช่น กลุ่ม ปตท. ที่สามารถพัฒนานวัตกรรมอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกัน หรือ เกี่ยวข้องกันโควิด-19 ได้ ก็ต้องไปดูว่าจะต่อยอดอย่างไร









