ลดประมาณการสะท้อน COVID-19 กระทบกำไรปี 63 เล็กน้อย
ประเด็นสำคัญในการลงทุน
- กำไรงวด 2Q63 ลดลง 1%YoY และ 40%QoQ 1H63 กำไรทรงตัว : ในช่วง 2Q63 สิ้นสุด 31 ม.ค. 63 ซึ่งเป็นช่วง low season บริษัทมีรายได้ 552 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3%YoY แต่ลดลง 4%QoQ และมีกำไรสุทธิ 61.6 ล้านบาท ลดลง 1%YoY และ 40%QoQ อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 24% จาก 28.4% ในไตรมาสก่อนหน้าและ 9% ใน 2Q62 ปีนี้บริษัทจ่ายค่าเช่าที่ดินในอัตราใหม่หลังต่ออายุสัญญาเช่าส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นสู่ 11.5% จาก 7.4% ใน 1Q63 และ 11% ใน 2Q62 และมีอัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 11.2% จากระดับ 16% ใน 1Q63 และ 7.5% ในช่วง 2Q62 งวด 1H63 มีกำไรสุทธิ 165.2 ล้านบาทใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคิดเป็น 51% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่คาดการณ์ไว้เดิมราว 322.9 ล้านบาท
- ทบทวนโครงการโรงพยาบาลไทยนครินทร์ 2 ใหม่ : โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลไทยนครินทร์ 2 อยู่ระหว่างทบทวนโดยปัจจุบันยังไม่เริ่มการก่อสร้างทำให้บริษัทยังไม่ได้ใช้วงเงินกู้จำนวน 3,000 ล้านบาท โดยบริษัทมีนโยบายใช้แหล่งเงินสดภายในกิจการเป็นลำดับแรกก่อนเพื่อลดความเสี่ยงทางการเงิน ทำให้คาดว่าในปี 2563 อาจยังไม่จำเป็นต้องใช้แหล่งเงินจากการกู้ยืม ฝ่ายวิจัยจึงตัดสมมติฐานค่าใช้จ่ายทางการเงินราว 18.5 ล้านบาทในงวดปีนี้ออกไป
- ปรับประมาณการรายได้ปี 63 ลดลงแต่คาดกำไรสุทธิใหม่ใกล้เคียงเดิม : จากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งมีผลให้ผู้ป่วยทั่วไปลดการมาโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น ทำให้เราปรับประมาณการรายได้ลดลงจากเดิม 2% เหลือ 2,257 ล้านบาทเติบโต 5%YoY โดยใช้สมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นเท่าเดิมที่ 27% และประมาณการค่าใช้จ่ายขายและบริหารใกล้เคียงเดิมเนื่องจากมีการรับรู้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ไม่มีค่าใช้จ่ายทางการเงินแล้ว ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิใหม่ที่ 324.2 ล้านบาทสำหรับปี 63 ใกล้เคียงกับประมาณการเดิมที่ 322.9 ล้านบาทซึ่งเติบโต 2%YoY (ดูตารางแสดงสมมติฐานสำหรับประมาณการปี 63-64 ประกอบ)
- ปรับประมาณการกำไรปี 64 ลดลง 3% : สำหรับปี 64 เราได้ปรับลดประมาณการรายได้ค่ารักษาพยาบาลลดลง 3.2% เหลือ 2,388 ล้านบาทเติบโต 6%YoY โดยยังคงใช้สมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นเท่าเดิมที่ 27% และสัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้รวมที่ระดับ 10% แต่ได้ปรับลดประมาณการค่าใช้จ่ายทางการเงินจากเดิม 18.5 ล้านบาทเหลือ 7.4 ล้านบาท ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิใหม่เพิ่มขึ้น 2% สู่ 345 ล้านบาทเติบโต 4%YoY
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับลดราคาเหมาะสมเหลือ 34.20 บาท : ในการประเมินราคาเหมาะสมฝ่ายวิจัยปรับลด Prospect PER จากเดิม 22 เท่าเหลือ 19 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลในตลาด SET ที่ซื้อขายที่ระดับ 22 เท่า โดยประเมินกำไรต่อหุ้นปี 2563 เท่ากับ 1.80 บาทคำนวณได้ราคาเหมาะสมใหม่เท่ากับ 34.20 บาท (เดิม 39.50 บาท) ยังมีอัพไซต์จากราคาปิดล่าสุด พร้อมคาดการณ์เงินปันผลหุ้นละ 0.58 บาทคิดเป็น yield 4% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ปัจจัยเสี่ยง 1) จำนวนผู้ป่วยลดลง 2) การก่อสร้างรพ.ไทยนครินทร์ 2 มีความล่าช้าจากแผน






