วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Focus งบ 1Q20

คาดดัชนีจะสลับรีบาวด์ขึ้นได้จากความคาดหวังการประกาศผ่อนปรนมาตรการ Lockdown หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อ Covid-19 รายใหม่ของไทยเริ่มทรงตัว

ตลาดหุ้นวานนี้

SET วานนี้ทรุดตัวลงปิดที่ 1,236 จุด (-20.25 จุด) หรือ -1.61% ด้วย Volume ซื้อขาย 6.9 หมื่นล้านบาท ตามทิศทางตลาดหุ้นรอบบ้านที่ปรับตัวลงจากความกังวลเศรษฐกิจโลกหดตัวหลัง IMF ปรับลดคาดการณ์ World GDP เป็น -3% และคาดว่า GDP ไทยจะ -6.7% ตามสถานการณ์ Covid-19 ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ทิ้งตัวลงหลุดต่ำกว่า 20$/bbl ส่งผลให้มีแรงขายในกลุ่มหลักๆ เช่น ENERG COMM และ TRANS อย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิ 3,332 ล้านบาท  และขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 1,482 ล้านบาท แต่ Net Long TFEX 9,962 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้     

เรามีมุมมองเป็นลบคาด SET ปรับตัวลงทดสอบแนวรับ 1,220 จุด เนื่องจากนักลงทุนกลับมาให้ความสนใจตัวเลขเศรษฐกิจรวมถึงงบ 1Q20 ที่กำลังจะทยอยประกาศ ซึ่งล่าสุดตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในเดือนมี.ค.ทรุดตัวลงอย่างหนักโดยยอดค้าปลีก -8.7% และดัชนีการผลิตภาคอุตฯทรุด 5.4% ประกอบกับความกังวลงบกลุ่มธนาคารที่คาดว่าจะมีกำไรที่อ่อนแอจาก loan ที่ชะลอตัวแต่ Npls มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงต่ำสุดในรอบกว่า 18 ปีหลุด 20 US/Barrel จาก Demand ที่หดตัวรวมถึงสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 12 สัปดาห์ติดต่อกันโดยล่าสุดเพิ่มขึ้น 19.2 ล้านบาร์เรลจะเป็นลบต่อกลุ่มพลังงานอีกด้วย อย่างไรก็ตาม คาดว่าดัชนีจะสลับรีบาวด์ขึ้นได้จากความคาดหวังการประกาศผ่อนปรนมาตรการ Lockdown หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อ Covid-19 รายใหม่ของไทยเริ่มทรงตัว

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • กลุ่มที่ได้อานิสงส์ต้นทุนราคาน้ำมันลดลง (TASCO, EPG, IVL)
  • กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ค่อนข้างน้อย ICT (ADVANC, INTUCH, DTAC) และกลุ่มอาหาร (CPF)
  • หุ้น Defensive ที่มีรายได้สม่ำเสมอและปันผลดี TTW, BCPG

หุ้นแนะนำวันนี้

  • BCPG (ปิด 14.9 ซื้อ/เป้า 19.8) เป็นหุ้น Defensive ที่ Valuation ไม่แพงซื้อขายบน PE ต่ำเพียง 10 เท่าจ่ายปันผลสม่ำเสมอให้ Dividend yield ประมาณ 5-6% ต่อปี เทียบกับ PE เฉลี่ยของกลุ่มที่ 20-30 เท่าและ Dividend yield ประมาณ 2% นอกจากนี้ BCPG ยังมี Growth story จากจำนวน MW ที่เพิ่มขึ้น จากโครงการโรงไฟฟ้า Nam San 3A และ 3B ในเวียดนาม, โรงไฟฟ้าพลังงานลม Swan กำลังการผลิต 270MW ในลาว และโรงไฟฟ้า solar สี่แห่ง 75MW ในญี่ปุ่น
  • CPF (ปิด 25.75 ซื้อ/เป้า 32.75) ราคาหุ้นปรับตัวลงจากการขึ้นเครื่องหมาย XD เรายังแนะนำซื้อสะสมต่อคาดกำไรสุทธิ 1Q20 โตโดดเด่นสวนทางกับกลุ่มธุรกิจอื่นๆที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิ 1Q20 ประมาณ 5 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 20%qoq และ 52%yoy

บทวิเคราะห์วันนี้

CENTEL (ปิด 19.5 ปรับลดเป็นถือ/เป้าใหม่ 20 เดิม 21.7), GFPT (ปิด 10.2 ถือ/เป้าใหม่ 11 เดิม 12.3)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (-) ดาวโจนส์ลดลง 445 จุด จากข้อมูลเศรษฐกิจและผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐที่ออกมาย่ำแย่: ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 445 จุด (-1.86%) ปิดที่ระดับ 23,504 จุด เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ หลังจากที่วานนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานยอดค้าปลีกเดือน มี.ค. หดตัว 8.7% นับเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูล, การผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐเดือน มี.ค.ลดลง 5.4%ลดลงมากสุดในรอบ 74 ปี ขณะที่ ซิตี้กรุ๊ป, โกลด์แมน แซคส์ และ แบงก์ออฟอเมริกา มีกำไรสุทธิลดลงในไตรมาส 1 มากถึง 46%, 46% และ 45%yoy ตามลำดับ
  • (-) ราคาน้ำมันดิบ WTI หลุดระดับ 20$/bbl จากสต๊อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเกินคาด และ IEA คาดอุปสงค์น้ำมันดิบจะร่วงแรงใน 2Q20: ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 24 เซนต์ (-1.2%) ปิดที่ระดับ 19.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 18 ปี จาก 2 ปัจจัยลบ คือ 1) สหรัฐรายงานสต๊อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นถึง 19.2 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มากกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาร์เรล และ 2) กังวลอุปสงค์หดตัว หลังจากที่สำนักงานพลังงานสากล (IEA) เปิดเผยรายงานคาดความต้องการน้ำมันดิบของโลกจะลดลง 29 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน เม.ย. และ 26 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน พ.ค. ส่งผลให้ 2Q20 น่าจะลดลงถึง 23.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน และทั้งปีคาดว่าจะลดลง 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าที่กลุ่ม OPEC+จะลดกำลังการผลิตในช่วง 2H20 ที่ 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นลบต่อหุ้น PTTEP PTT และ กลุ่มโรงกลั่น
  • (-) สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ในสหรัฐยังไม่นิ่ง ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นแตะระดับ 3 หมื่นรายต่อวันอีกครั้ง: จากรายงานตัวเลขของ worldometer ล่าสุด (15 เม.ย.2020) พบว่าสหรัฐมีจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 30,142 ราย สูงขึ้นจากวันก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 26,000 ราย จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในสหรัฐที่กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบที่จะเข้ามากดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้น (ดาวโจนส์ฟิวเจอร์) และตลาดในภูมิภาคอีกในวันนี้ เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่อคำสั่งการผ่อนคลายมาตรการ lockdown ที่อาจจะต้องยืดเยื้อออกไป