EPG เผยความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์อาหารเพิ่มขึ้น เน้นคุมต้นทุนฝ่าวิกฤติ

EPG ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมอาหารเพิ่มขึ้นในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ปัดฝุ่นนโยบาย USE ช่วยคุมต้นทุนในช่วงวิกฤติกลับใช้ฝ่าวิกฤติ
นายเฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และภาคธุรกิจทั่วโลก ทำให้ EPG ต้องปรับแผนธุรกิจรับมือกับเศรษฐกิจถดถอย โดยนำนโยบาย “USE” ที่เคยช่วยให้ผ่านวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 มาปรับใช้อย่างเข้มข้นขึ้น
ทั้งนี้ นโยบาย USE คือ U: Utilization ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า S:Save ประหยัดค่าใช้จ่าย และ E: Efficiency เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในทุกด้าน
สำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายใต้แบรนด์ EPP ได้มุ่งเน้นทำตลาดในกลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทกล่องใส่อาหารและถ้วยน้ำดื่ม ซึ่งยอดขายประเภทกล่องใส่อาหารเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป อีกทั้งได้รับโอกาสจากการที่รัฐบาลรณรงค์ ภายใต้แคมเปญ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ที่ส่งผลให้ประชาชนออกจากบ้านลดลงเนื่องจากมีความกังวล ระมัดระวัง และรักษาสุขภาพและสุขอนามัยมากขึ้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคโดยวิธีการสั่งอาหารเดลิเวอร์รี่ หรือซื้ออาหารกลับไปรับประทานที่บ้าน
นอกจากนี้ EPP ได้ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารได้เพิ่มขึ้น สำหรับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย EPP ยังได้รับผลบวกจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง และเร่งอัตราการใช้กำลังการผลิต รวมถึงมีการควบคุมค่าใช้จ่ายทุกด้าน
ขณะเดียวกันในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมด้วยการแบ่งปัน โดยมอบบรรจุภัณฑ์พลาสติก ประเภทกล่องใส่อาหาร จำนวนประมาณ 20,000 ชิ้น ให้แก่ร้านอาหารอีกหลายแห่ง เพื่อสนับสนุนการจัดทำอาหารให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ และมอบแผ่นพลาสติกใส ผลิตจากพลาสติก PET ขนาด A4 หนา 0.3 มิลลิเมตร จำนวนประมาณ 200,000 แผ่น ให้แก่ โรงพยาบาลทั่วประเทศ/ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี/ กลุ่มผู้ทำประโยชน์เพื่อสังคม พิธีกร ศิลปิน นักแสดง สำหรับนำไปจัดทำกระจังป้องกันใบหน้าเพื่อส่งต่อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ผู้มีความจำเป็นต้องใช้งาน และอาสาสมัครต่างๆ ใช้เป็นอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการรับเชื้อไวรัส
นายเฉลียว เปิดเผยเพิ่มเติมว่า EPP เตรียมพร้อมปรับไลน์การผลิตรองรับสินค้านวัตกรรมที่จะช่วยเหลือสังคม “นวัตกรรมหน้ากากอเนกประสงค์” (Multi-purpose protective Face Masks) จากพลาสติกประเภท Polypropylene พิเศษ มีกำหนดออกสู่ตลาดภายใน 20 เม.ย. นี้ สำหรับสินค้าชุดแรกจำนวนประมาณ 200,000 ชิ้น จะนำไปบริจาคให้กับประชาชน และหน่วยงานที่มีความจำเป็นต้องใช้ก่อน จากนั้นจะจัดจำหน่ายภายในประเทศ และส่งออกไปยังประเทศที่ขาดแคลนหน้ากากป้องกันเป็นอย่างมากต่อไป







