ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศโครงการซื้อสินทรัพย์ฉุกเฉิน 7.5 แสนล้านยูโร
เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัส โดยมีวัตถุสงค์เพื่อกดอัตราดอกเบี้ยและรับประกันว่าธนาคารจะสามารถปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจ โดย ECB อาจเพิ่มวงเงิน รวมถึงขยายระยะเวลาซื้อสินทรัพย์หากจำเป็น ทั้งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผิดความคาดหมายของตลาดที่ ECB ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการดังกล่าวอาจสร้างแรงกระเพื่อทระยะสั้น หรือช่วยชะลอการลดลงของราคาสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงหุ้นได้บ้าง แต่การจะเปลี่ยนแปลงทิศทางของสินทรัพย์เสี่ยงให้กลับเป็นฟื้นตัวจำเป็นต้องเห็นพัฒนาการเชิงบวกที่เกี่ยวกับการระบาด ที่จะเป็นตัวยืนยันว่าผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจะผ่านจุดที่แย่ที่สุดก่อน
ปัญหาขาดสภาพคล่อง กำลังลุกลามไปสู่ Credit Risk รายงานกลยุทธ์การลงทุนรายวัน (RMM) ของเราเมื่อวันที่ 17 มี.ค. “หุ้น น้ำมัน ทอง ทยอยลง....เงินหายไปไหน?” ซึ่งเราได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ที่กิจการต่างๆ จำต้องสำรองเงินสดเพิ่มในสถานการณ์ที่ไวรัสโคโรนาเข้ามากระทบธุรกิจ ส่งผลให้กิจการจำนวนมากจะเผชิญภาวะรายได้ลดลงอย่างมาก ในขณะที่ยังมีภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ซึ่งในระยะสั้นเป็นปัญหาเรื่องการขาดสภาพคล่อง แต่หากสถานการณ์ดังกล่าวลากยาว จนความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้จะเพิ่มขึ้น ก็จะก่อให้เกิดปัญหาความน่าเชื่อถือในการกู้ยืม (Credit Risk) ซึ่งจะซ้ำเติมสถานการณ์กู้ยืมผ่านตลาดตราสารหนี้โดยรวมได้ ทั้งนี้สามารถติดตามการขาดสภาพคล่องได้จากข้อมูล TED spread หรือ Repo rate ของสหรัฐฯ แต่ง่ายที่สุดคือการดูการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ (Dollar Index)
การเพิ่มของผู้ติดเชื้อในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า และมาตรการปิดสถานประกอบการสร้างกดดันตลาด ผู้ติดเชื้อในไทยเข้าสู่ช่วงเร่งตัวซึ่งจะกดดันต่อตลาด ซึ่งอิงจากข้อมูลประเทศส่วนใหญ่การเร่งของผู้ป่วยจากระดับ 100 สู่ 1,000 ราย (โดยมาก 3-5 พันราย) ในราว 9-17 วัน และมีเพียงญี่ปุ่นเท่านั้นที่สามารถควบคุมจำนวนการเพิ่มขึ้นให้ไม่เกิน 1,000 รายได้ ขณะที่มาตรการปิดโรงเรียน และสถานประกอบการที่มีคนมาก 14 วัน สร้างแรงกดดันผลประกอบการต่อกิจการ อาทิ MAJOR ขณะที่ทำให้รายได้จากการจ้างงานลดลง ซึ่งกระทบต่อคุณภาพของลูกหนี้หรือการเก็บหนี้ กระทบต่อหุ้นในกลุ่มเช่าซื้อและจัดเก็บหนี้ได้
ภาพรวมกลยุทธ์ ระวังแรงกดดันจากความผันผวนราคาน้ำมันดิบ การลงทุนเน้นทยอยสะสมกลุ่มรายได้มั่นคง ที่มีผลตอบแทนปันผลจับต้องได้ อาทิ สื่อสาร ไฟฟ้า ซึ่งมีโอกาสเป็นเป้าหมายการเพิ่มน้ำหนักของนักลงทุนสถาบัน // หุ้นแนะนำวันนี้ ทยอยสะสม BPP*, INTUCH, ADVANC*
แนวรับ 1,000-1,020 จุด / แนวต้าน : 1,080 จุด สัดส่วน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%.
ประเด็นการลงทุน
วอล์ลสตรีทติด Circuit breaker ครั้งที่ 4 ในรอบ 2 สัปดาห์ – ตลาดหุ้นวอล์ลสตรีท ดิ่งติด circuit breaker เมื่อคืนนี้ นับเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 2 สัปดาห์ จากความตื่นตระหนกจากผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19
ECB เผยการปิดประเทศจะส่งผลให้เศรษฐกิจหดตัว 5% – ประธาน ECB นางคริสติน ลาการ์ด ระบุว่า การปิดประเทศในยุโรปจะส่งผลให้ศรษฐกิจยุโรปหดตัวลง 5% บนสมมติฐาน 3 เดือน โดยในแต่ละเดือนจะทำให้เศรษฐกิจหดตัว 2.1%
Short-sell volume ดิ่งหนัก 50% – วอลุ่ม Short-sell ดิ่งหนัก 50% หลัง ตลท.ปรับเกณฑ์ขายชอร์ตใหม่ ขณะที่ ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย 10 วันซ้อน
ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติวูบ - นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 16 มี.ค. 63 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาไทยเพียง 6.57 ล้านคน ลดลง 2.6 ล้านคนจากช่วงเดียวกันปีก่อน จีนหนักลดฮวบสูงสุด 99% เสนอคลังช่วยอุ้มทั้งระบบ
TMB – พรูเดนเชียลบรรลุข้อตกลงกับ FWD ในการซื้อสิทธิ์วางขายประกันผ่านช่องทางธนาคารทหารไทยวงเงิน 2.45 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาเบื้องต้น 15 ปี
ค่าระวางเรือ – ล่าสุดอยู่ที่ 629 เปลี่ยนแปลง +17.00 หรือ +2.78%
ประเด็นติดตาม: 25 มี.ค. – ประชุม กนง. / 31 มี.ค. – ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









