วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลงต่อ น่าจะมีเด้งแถวระดับ 1,000

สหรัฐฯ ทดลองวัคซีน Covid-19 กับคนรายแรกแล้ว ให้ติดตามปัจจัยนี้ใกล้ชิดเพราะอาจส่งผลให้ตลาดการเงินถึงจุดตํ่าสุดและฟื้นตัวได้ หากการทดลองวัคซีนดังกล่าวได้ผลดี

KGI ประเมิน SET Index วันอังคารปรับลงต่อ น่าจะมีรีบาวด์แถวระดับสำคัญทางจิตวิทยาและเชิง valuations ที่ 1,000 จุด... หลังจากเมื่อวันจันทร์ตลาดหุ้นไทยร่วงแรงกว่าที่เราคาด สะท้อนความกังวลต่อการระบาดของ Covid-19 ในประเทศหลักๆ ซึ่งนำมาสู่การปิดเมือง ปิดพรมแดน และการชะลอ
ของภาคท่องเที่ยวที่อาจยาวนานกว่าคาด (กระทบโดยตรงต่อหุ้นตัวใหญ่เช่น AOT*, PTTEP*) รวมทัง้ตัวเลขผู้ติดเชื้อ Covid-19 ในไทยที่เพิ่มขึ้น ในอัตราเร่งเช่นกัน... ส่วนปัจจัยวันนี้ยังเป็นลบ หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนักถึง % เมื่อคืนนี้ ซึ่่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่านักลงทุนไม่ให้น้ำหนักกับนโยบายดอกเบี้ย
0% และการทำ QE 7 แสนล้านดอลลาร์ฯ ของ ธ.กลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่เพิ่งประกาศ รวมไปถึงมาตรการยกระดับ QE ของ ธ.กลางญี่ปุ่นที่ออกมาเมื่อวาน รวมทั้ง การลดดอกเบี้ยฉุกเฉินจาก ธ.กลางทั่วโลก ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยฯ มอง กนง. ของไทยจะลดดอกเบี้ย 0.25-0.50% ในการประชุมวันที่ 25 มี.ค. ทั้งนี้ อีกประเด็นที่เป็นลบสู่ตลาดได้แก่ การแถลงข่าวของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ว่า Covid-19 จะอยู่ในสหรัฐฯ ถึงเดือน ก.ค. เป็นอย่างน้อย ส่งผลให้ความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยกระดับขึ้นอีก ด้านปัจจัยภายในประเทศ ที่ประชุมครม. จะพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเช่นการเลื่อนวันหยุดสงกรานต์ การปิดโรงเรียน การคุมเวลาสถาน
บันเทิง ในวันนี้.. ขณะที่ล่าสุด สหรัฐฯ ทดลองวัคซีน Covid-19 กับคนรายแรกแล้ว ให้ติดตามปัจจัยนี้ใกล้ชิดเพราะอาจส่งผลให้ตลาดการเงินถึงจุดตํ่าสุดและฟื้นตัวได้ หากการทดลองวัคซีนดังกล่าวได้ผลดี

ด้านความเสี่ยงทางลงของ SET Index นัน้ ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงมอง 2 กรณี (scenarios) ได้แก่กรณีฐานที่ คำนวณจาก earnings yield gap (EYG) = 7% หรือดัชนีฯ ประมาณ 1,000 จุด และกรณีเลวร้ายที่ EYG = 8% เท่ากับช่วงวิกฤตสหรัฐฯ ปี 2551 คำนวณดัชนีฯ ได้ 880 จุด (เราใช้สมมติฐาน EPS ตลาดหุ้นไทยปี 2563 ที่ 80 จุด และดอกเบีย้ พันธบัตรรัฐบาลไทย 10 ปีที่ 1.0%) รายละเอียดตามตารางด้านล่าง     (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากไฟล์แนบ) 

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน
โอกาสซื้อหุ้นถูก รอจังหวะที่เหมาะสม

- ลิสต์หุ้นพื้นฐานดี ราคาถูก เตรียมไว้ "รอ" ซื้อ แนะนำ "รอ" ซื้อหุ้น เราประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสฯที่เกิดขึ้น ในขณะนีจ้ นกระทบต่เศรษฐกิจโลกและไทย เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระยะสั้น (ไม่น่าเกิน 1 ปี) และไม่กระทบต่อปัจจัยพื้นฐานระยาว โดยเฉพาะหุ้นที่มีสถานะการเงินแข็งแกร่ง จึงเป็นโอกาสในการซื้อ สำหรับการลงทุนระยะยาว แต่เน้นไปที่หุ้นที่สถานะการเงินแข็งแกร่งเป็นหลัก (เลี่ยงความเสี่ยงการขาดสภาพคล่องในช่วงนี้) แนะนำให้นักลงทุน "รอ" จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสฯนิ่งกว่านี้ (โดยจุด Trigger ที่อาจทำให้ตลาดหุ้นไทยผันผวนอีกรอบคือ ระดับการแพร่ระบาดที่อาจเข้าสู่ระยะที่ 3)

1) กลุ่มท่องเที่ยว AOT* D/E < 1 เท่า และราคาหุ้น < 2/3 ของ Tangible book value ... หากการแพร่ระบาดของไวรัสฯยังไม่สามารถควบคุมได้ คาดจะเป็นปัจจัยกดดัน AOT* ให้ราคาหุ้นอ่อนตัวลงอีกเป็นโอกาสสะสมสำหรับการลงทุนระยะยาว

2) กลุ่มสื่อสาร INTUCH* D/E < 1 เท่า และ Dividend yield +6.4%

3) โรงไฟฟ้า EGCO* D/E < 1 เท่า และ Dividend yield +3.5%

4) ธนาคารพาณิชย์ BBL* PBV 0.43 เท่า ต่ำใกล้เคียงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ... ระยะสั้นอาจถูกกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยตํ่า หลังเฟดลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายฉุกเฉินเป็น 0% และคาดที่ประชุมกนง. จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วๆนี้

5) ที่ดินนิคมฯ AMATA* ราคาลงมาใกล้ราคาทุนของที่ดินหักด้วยหนี้สินบริเวณ 9 บาท/หุ้น

หุ้นมีข่าว

(+) 11 บจ.' ทุ่ม 4.5 หมื่นล.ซื้อหุ้นคืน CPF* เปิดโครงการรอบสอง แม้ครั้งก่อนไม่ได้ใช้สิทธิเลย (กรุงเทพธุรกิจ) KBANK* เข้าเก็บรวม 3 พันล. จับตา SCB* เริ่ม 20 เม.ย.นี้"11 บจ." ลุยซื้อหุ้นคืน ช่วงดัชนีรูดหนัก ล่าสุด CPF* ประกาศทุ่ม 1 หมื่นล้าน เข้าโครงการซื้อหุ้นคืนอีกครั้ง แม้ 4 ปีก่อน เปิดโครงการนี้มาแล้วรอบหนึ่ง แต่ไม่ได้เข้าซื้อเลย เหตุราคาหุ้นเวลานั้นสูงกว่าเป้าหมาย ด้าน KBANK* จบโครงการซื้อคืนรวม 23.93 ล้านหุ้น มูลค่ากว่า 3.2 พันล้าน จับตา SCB* เริ่มซื้อวันแรก 20 เม.ย.นี้

(+) แหลมฉบังเฟส 3 เจอตอ! GPC เสนอผลตอบแทนต่ำ (ข่าวหุ้น) “กทท.” เดินเครื่องประมูลแหลมฉบัง เฟส 3 ต่อ พรุ่งนี้ชิญกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC (GULF*-พีทีที แทงค์-China Harbour) เจรจาอย่างเป็นทางการ ตั้งเป้าเซ็นสัญญาภายใน เม.ย. 63 ขณะที่ “ผอ.กทท.” เผยเอกชนเสนอผลตอบแทนต่ำเรี่ยดิน 1.2 หมื่นล้านบาท จากราคากลาง 3.2 หมื่นล้านบาท ฮึด!ต่อรองเรียกเพิ่ม วงในคาดได้ 2.5-2.7 หมื่นล้านบาท

(+) SAMART ฮุบงานภาษีเบียร์ เล็งฟันรายได้พันล้านต่อปี (ทันหุ้น) SAMART คว้างาน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดเก็บภาษีสรรพสามิตประเภทสุราแช่ชนิดเบียร์ มูลค่า 8 พันล้านบาทระยะเวลา 7 ปี จ่อรับรู้รายได้เฉลี่ย 1,000 ล้านบาทต่อปี เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 เดินหน้าประมูลงานต่อเนื่อง หวังดันแบ็กล็อกจากเดิมที่มีอยู่กว่า 10,144 ล้านบาท

(-) กลต.เชือดบิ๊ก STEC* อินไซด์หุ้น (กรุงเทพธุรกิจ) สำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผย การดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย ได้แก่ นายวรพันธ์ ช้อนทอง กรณีอาศัยข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC*) และเปิดเผยข้อมูลภายในแก่บุคคลอื่น