“ออมสิน” รับสินเชื่อปีนี้ต่ำเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2 หมื่นล้านบาท เหตุโควิด-19 ระบาดหนักกว่าคาด เตรียมพร้อมรับมือ เดินหน้าซักซ้อมแผนฉุกเฉินหรือBCP รับมือกรณีเลวร้ายสุดชัดดาวน์ปิดเมือง รุดใช้ศูนย์ไอที4จุดใหญ่ กันธุรกรรมหยุดชะงัก
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือ โควิด-19 จะส่งผลให้สินเชื่อปีนี้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้2 หมื่นล้านบาท จากเดิมตั้งเป้ายอดสินเชื่อเพิ่มสุทธิ ณ สิ้นปีที่8 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเหลือเพียง 6 หมื่นล้านบาท
เดิมธนาคารวิเคราะห์ผลกระทบจากโควิด-19 จะกระทบเศรษฐกิจไทย 3 เดือน หรือกระทบผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)ราว 0.4 % แต่ผลกระทบอาจยาวถึง 6 เดือน กระทบต่อจีดีพีราว 1 % หรือประมาณ 1.7 แสนล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ ธนาคารออมสินตั้งเป้าสินเชื่อเติบโตเท่ากับ 1.5 เท่าของจีดีพี หรือ 4.5-5% ซึ่งเมื่อจีดีพีเหลือ 2-2.4% การเติบโตของสินเชื่อ ก็เติบโตลดลงด้วย
ทางด้านคุณภาพหนี้ ธนาคารยังคงระวังการปล่อยสินเชื่อ พร้อมมีมาตรการช่วยเหลือต่างๆที่ออกมาดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 คาดว่าน่าจะทำให้หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)ของธนาคาร ในปีนี้ ไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบัน NPLของธนาคารอยู่ที่2.9% ซึ่งในช่วงต้นปี NPLจะอยู่ที่ระดับ3% และช่วงปลายปีจะลดเหลือที่ระดับ 2.6-2.7% ซึ่งอยู่ในระดับนี้ตลอด3ปีที่ผ่านมา
ในส่วนการรับมือกรณีเลวร้ายสุด หากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบถึงขั้นปิดพื้นที่ ( Shut down) นายชาติชายกล่าวว่า ธนาคารได้เตรียมแผนและซักซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ Business Continuity Planning (BCP) ในกรณีดังกล่าวไว้พร้อมแล้ว โดยทางธนาคารจะอาศัยการบริหารจัดการด้วยระบบไอที ซึ่งธนาคารมีศูนย์คอมพิวเตอร์อยู่ 4 จุดใหญ่ และในกรณีเกิดโรคระบาดรุนแรง ธนาคารจำเป็นต้องดูแลคนในศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ใช้บริการของธนาคารกว่า 86 % ใช้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีเพียง 14 % เท่านั้นที่ยังเป็นระบบปกติ( Manual)
“เรามีการซักซ้อมแผน BCP ที่เป็นการดำเนินธุรกิจภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นกรณีเกิดการจลาจล ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่นน้ำท่วม ภัยแล้ง หรือดอกเบี้ยลดกระทันหันมาแล้ว แต่กรณีเกิดวิกฤติโรคระบาด ยังไม่เคยเตรียมซ้อมในเรื่องนี้ แต่ปัจจุบันได้เตรียมระบบและอยู่หว่างการประชุมคณะทำงานภายใน เพื่อป้องกันและซักซ้อมตามแผน เมื่อเกิดเหตุขั้นเลวร้ายดังกล่าว จะได้ดำเนินการตามแผนได้ทันที”
ทางด้านมาตรการช่วยเหลือลูกค้าของธนาคารที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 นั้น ธนาคารได้ออกมาตรการพักการชำระเงินต้น 2 ปี พร้อมคืนดอกเบี้ยให้ลูกค้า 20 % ของดอกเบี้ยที่ชำระ และขยายระยะเวลาการชำระหนี้ไม่เกิน 4 ปี คาดว่าเบื้องต้นจะมีลูกค้าเข้าโครงการนี้ราว 10 -30 % ของจำนวนลูกค้าสินเชื่อของธนาคารที่มีทั้งหมด 11 ล้านราย เป็นวงเงินสินเชื่อรวม 2.2 ล้านล้านบาท
หากลูกค้าสินเชื่อเข้าโครงการช่วยเหลือดังกล่าว 10 % จะคิดเป็นลูกค้าสินเชื่อราว 1.1 ล้านราย เป็นวงเงินสินเชื่อราว 110,000 ล้านบาท แต่หากลูกค้าเข้าโครงการมากถึง 30 % ของจำนวนลูกค้าสินเชื่อทั้งหมด จะถือว่าเป็นขั้นที่เป็นปัญหารุนแรง ล่าสุดจนถึงวันนที่ 13 มี.ค.นี้ มีลูกค้าขอเข้ามาตรการดังกล่าวของธนาคารแล้ว 8,954 ราย คิดเป็นมูลหนี้ประมาณ 3,400ล้านบาท









