วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลงต่อ สถานการณ์ไวรัส "Covid-19" รุนแรงขึ้นอีก

การเร่งตัวขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 น่าจะกดดันแนวโน้มเศรษฐกิจและภาพตลาดต่อไป

KGI ประเมิน SET Index วันพฤหัสฯ ปรับลงต่อ... หลังเมื่อวานนี้ดัชนีฯ ผันผวนแรงตลอดทั้งวัน ก่อนปิดลบ 1.68% ในช่วงบ่าย เผชิญจิตวิทยาเชิงลบจากข่าวประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ Covid-19 อีก 6 คน ผนวกกับหุ้นกลุ่มไฟฟ้าเผชิญแรงขายหนัก กดดันดัชนีฯ... ขณะที่ปัจจัยแวดล้อมจากต่างประเทศยังคงเป็นลบ กล่าวคือ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลงรุนแรง ดัชนีดาวโจนส์ร่วง 5.86% รับสถานการณ์ระบาดของ Covid-19 ที่ลุกลาม และการที่ WHO ประกาศให้ไวรัส Covid-19 เป็นการระบาดทั่วโลก (pandemic) ii) นักลงทุนขาดความมั่นใจต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หลังจากทำเนียบขาวไม่ได้มีการให้รายละเอียดต่อมาตรการแต่อย่างใด ขณะที่การแถลงของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อ 8.00 น. เช้านี้ก็ไม่มีข้อมูลของมาตรการใดๆ โดยทรัมป์ กล่าวเพียงประเด็นเดียว... คือห้ามนักท่องเที่ยวจากยุโรปทั้งหมดเข้าสู่สหรัฐฯ เป็นเวลา 30 วัน ซึ่งน่าจะเป็นลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากขึ้น iii) ราคาน้ำมันดิบลดลง 2.9% หลังจากซาอุฯ สั่ง บ.อารามโคเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีก 7 แสนบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ UAE เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเช่นกัน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าไม่น่าจะมีการเจรจาใดๆ ระหว่างซาอุฯ กับรัสเซียในระยะใกล้นี้... ด้านปัจจัยภายในประเทศ การเร่งตัวขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 น่าจะกดดันแนวโน้มเศรษฐกิจและภาพตลาดต่อไป และเรายังคงมุมมองระมัดระวังต่อตลาด ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยฯ กำลังปรับลดประมาณการกำไร บจ. เพื่อคำนวณเป้าหมาย SET Index และความเสี่ยงทางลงของดัชนีฯ ออกมาในเร็วๆ นี้

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน

เก็งกำไรแนวรับ หุ้นโรงไฟฟ้า

- หุ้นโรงไฟฟ้า (EGCO*, BCPG*) 1) เราประเมินราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าวานนี้ Panic sell จากประเด็นเรื่องมาตรการลดค่าไฟฟ้าของรัฐบาล (ใช้เป็นเหตุในการขายทำกำไร) ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ ประเมินผลกระทบจะมีต่อ GPSC* และ BGRIM* ราว 3% และ 2% ตามลำดับ เนื่องจากมีรายได้จากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมที่มีนัยสำคัญ ขณะที่หุ้นโรงไฟฟ้าอื่นมีผลกระทบน้อยไม่มีนัยสำคัญ 2) ในเชิง Valuation ด้วยวิธี DCF อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะชดเชยรายได้ที่อาจลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้คาดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจต่อ Valuation น้อยไม่มีนัยสำคัญ 3) อย่างไรก็หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าเป็นกลุ่มที่เสี่ยงเผชิญแรงขายทำกำไรเนื่องจากเป็นหุ้นที่ Valuation แพง และ Outperform ตลาดฯมามาก ดังนั้น เราแนะนำให้ ซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าที่ Valuation ถูก ปันผลดี ความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ i) EGCO* (เป้าพื้นฐาน 370 บาท) แนวรับ ±220 บาท / แนวต้าน 254 - 260 บาท โดย PE ต่ำเพียง 10.9 เท่า Dividend yield 3.2% และ ii) BCPG* (เป้าพื้นฐาน 22 บาท) แนวรับ ±14 บาท / แนวต้าน15.1 - 15.5 บาท โดย PE ตํ่าเพียง 12.4 เท่า Dividend yield 5.3% ... หากสถานการณ์ SET index ตํ่ากว่า 1200 จุด แนะนำชะลอการลงทุนก่อน

หุ้นเชิงปริมาณ & พื้นฐาน "Quantamental"

- หุ้น Value พื้นฐานดี สะสมสำหรับการลงทุน ในสถานการณ์ที่ตลาดผันผวน แนะนำ ทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี เน้นที่ Valuation ไม่แพง, กำไรสม่ำเสมอ, ไม่มีปัญาเรื่องหนี้สิน, ผลตอบแทนคุ้มค่าความเสี่ยงการลงทุน โดยเรากรองหุ้นด้วย 3 วิธีคือ i) วิธีของ Graham 10 ข้อ (เน้นหุ้นไม่แพง กำไรสม่ำเสมอ ความเสี่ยงต่ำ), ii) วิธีของ Piotroski หรือ F-Score (เน้นหุ้นงบการเงินมั่นคง), iii)Abnormal earnings growth (หุ้นที่ยังมีการเติบโตของกำไรใน 1 - 2 ปีข้างหน้าและให้ปันผล ราคาหุ้นคุ้มเสี่ยง) ได้หุ้นเด่นในเชิง Value สำหรับการสะสมลงทุน คือ PLANB*, AOT*, INTUCH*, และ HMPRO*

- กลยุทธ์ Pair trade: Long LH* / Short SPALI* ผลตอบแทนรวม -3.7% ... เริ่มแนะนำ 27 ก.พ. แนะนำ Stop loss หากขาดทุนเกิน -5%

หุ้นมีข่าว

(+STEC*,+BTS*) บอร์ด รฟม.ไฟเขียว 'บีเอสอาร์' ลุยส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสีชมพู (Bangkokbiznews.com) นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) วันนี้ (11 มี.ค.) โดยระบุว่า ที่ประชุมบอร์ดได้อนุมัติสัญญาร่วมทุนรถไฟฟ้าสายสีชมพู (ส่วนต่อขยาย) ช่วงแคราย – มีนบุรี ที่จะเพิ่มระยะทางเชื่อมต่อจากสถานีบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ สถานีศรีรัช เข้าไปยังเมืองทองธานี ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร(กม.) ความเห็น เรามีมุมมองเชิงบวกต่อข่าวดังกล่าว โดย รฟม.จะทำร่างสัญญาดังกล่าวเสนอสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อทำการตรวจสอบ หลังจากนั้นจะผนวกรวมกับผลการเจรจา ก่อนเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา หากเห็นชอบก็คาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาร่วมทุนโครงการดังกล่าวได้ภายในเดือน ก.ค. – ส.ค.นี้ และเริ่มงานก่อสร้างทันที โดย STEC จะได้รับงานก่อสร้างเพิ่มประมาณ 3.4 พันลบ. จากbacklog ปัจจุบันที่ประมาณ 8หมื่นลบ. ยังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ปี 2563 ที่ 21.40บาท อิงPER 25 เท่า (LT+1SD)

(-) ท่องเที่ยวหนุนยกเลิก'วีโอเอ' รัฐบาลสั่งเบรก'18 ประเทศ'-ฟรีวีซ่า'3 ชาติ'ชั่วคราวสกัดโควิด(กรุงเทพธุรกิจ) บริษัททัวร์ถกกรมท่องเที่ยว คืนเงิน"กรุ๊ปทัวร์"พรุ่งนี้ นายกฯถกด่วน "ศูนย์โควิด-19" หวังสกัดไวรัสลาม สั่งเลิก "ฟรีวีซ่า" 3 ประเทศ พร้อม "วีโอเอ" อีก 18 ประเทศชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์
คลี่คลาย มอบ "กต.-ทูต" แจงมิตรประเทศ ยอมรับกระทบเศรษฐกิจ ยันปิดประเทศไม่ได้ ด้านเอกชนท่องเที่ยวออกโรงหนุน ย้ำต้องใช้ยาแรงคุมการแพร่ระบาด หวังจบปัญหาใน 2 เดือน

(+) คนผวาติด 'ไวรัส' แห่ซื้อเบี้ยประกันดันยอดขายทะลัก (กรุงเทพธุรกิจ) ประชาชนผวา "โควิด-19" แห่ซื้อกรมธรรม์ ดันยอดขายพุ่ง "กรุงเทพประกันภัย" เผยสัปดาห์เดียว ยอดซื้อกว่า 1 แสนกรมธรรม์ ขณะแนวโน้มยังเพิ่มต่อเนื่องเหตุเบี้ยประกันไม่แพง "สินมั่นคง" เผยกวาดเบี้ย แล้วกว่า 36 ล้านบาท ด้าน
TQM* ระบุยอดขายทะลักแบบ ไม่เคยมีมาก่อนท่องเที่ยวหนุนยกเลิก 'วีโอเอ' รัฐบาลสั่งเบรก '18 ประเทศ'-ฟรีวีซ่า '3 ชาติ' ชั่วคราวสกัดโควิด

(+) SCB* ซื้อหุ้นคืน 1.6 หมื่นล. BAM* บันทึกกำไรภาษีปี นี้ จับตาวันนี้หุ้นวิ่งกระฉูด ผู้บริหารมองราคาต่ำเกินไป (ข่าวหุ้น) วันนี้ราคาหุ้น SCB* พุ่งกระฉูด หลังประกาศซื้อหุ้นคืน 1.6 หมื่นล้านบาท เริ่ม 20 เม.ย.นี้ ผู้บริหารมองราคาตอนนี้ต่ำเกินไป สวนทางฐานะของแบงก์ที่แข็งแกร่ง มั่นใจหลังซื้อหุ้นคืนช่วยเพิ่มกำไรและปันผลต่อหุ้น ด้าน BAM* มีลุ้นบันทึกกำไรทางภาษี (DTA) 5.9 พันล้านปีนี้ เมื่อรวมกำไรปกติมีโอกาสไปถึง 1 หมื่นล้าน รอประกาศปันผลอีก 1.28 บาท ราคาเป้าหมาย 30 บาท

(+) BGRIM* ย้ำ กระทบแค่ 0.17% "สารัชถ์"เจียดเงินซื้อ GULF* (ข่าวหุ้น) BGRIM*-GULF* รูดหนัก..นักลงทุนขวัญผวารัฐลดค่าไฟฟ้ากระทบตัวเลขกำไร “ปรียนาถ” ย้ำชัดมีผลกระทบต่อกำไรบี.กริมฯ เพียง 0.17% ด้าน “กัลฟ์ ” แจงกระทบแค่ 1% เท่านั้น ขณะที่ “สารัชถ์” เจียดเงินกว่า 100 ล้านบาท เข้าซื้อ GULF* ในกระดาน 1.2 ล้านหุ้น หลังราคาลงมากเกินไป