วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บางจาก' รับมือโรคระบาด หันคุมค่าใช้จ่ายเพิ่มรายได้

บางจากฯ ชูแผนลดค่าใช้จ่าย-เพิ่มประสิทธิภาพ ตั้งเป้าเพิ่มอีบิด้า ปีนี้ 800-1,000 ล้านบาท รับมือยอดขายน้ำมันผ่านปั๊มชะลอตัว จากผลกระทบโควิด-19 จับตามาตรการรัฐหวังกระตุ้นเศรษฐกิจเร็ว

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ BCP เปิดเผยว่า บริษัท อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างใกล้ชิดว่าจะมีผลกระทบต่อการใช้น้ำมันในภาพรวมอย่างไร หลังพบว่า ความต้องการใช้น้ำมันเริ่มชะลอตัว 

โดยยอดขายน้ำมันผ่านสถานีบริการ(ปั๊ม)น้ำมันในเดือน ก.พ.2563 ทรงตัว จากปกติเติบโตราว 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เดือนม.ค. 2563 ยอดขายยังเติบโต 1-2% ซึ่งตามปกติต้นปีจะเป็นช่วงไฮซีซั่น แต่เริ่มเห็นสัญญาณลดลงจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไป

“ภาวะปกติยอดขายน้ำมันผ่านปั๊มของบางจาก ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจะดีกว่าตลาดรวม โดยตลาดรวมจะโตปีละประมาณ 7% แต่ขณะนี้ภาพตลาดรวมก็ชะลอตัวลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากโควิดที่มีข้อดีคือโดนทุกคน ไตรมาสแรกก็คงกระทบ เพราะดีมานด์หายไป”

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงปัจจุบัน น่าจะส่งผลให้บริษัทเกิดการขาดทุนสต็อกน้ำมันในช่วงไตรมาส 1ปีนี้ ดังนั้น บริษัท ได้เตรียมแผนรับมือด้วยการลดค่าใช้จ่ายจากการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานของโรงกลั่นตามโครงการ Rocket ซึ่งตั้งเป้าหมายเพิ่มกำไรก่อนดอกเบี้ย ,ภาษี ,ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปีนี้ จำนวน 800-1,000 ล้านบาท

ส่วนในปี 2564 เพิ่มอีกประมาณ 500 ล้านบาท ขณะที่แผนการลงทุนต่างๆของบริษัท ก็จะพิจารณาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วย  ทั้งนี้ ตามแผนการลงทุนเดิมช่วง 5 ปี (2563-2567) บริษัท ตั้งงบประมาณอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท โดยเป็นเงินลงทุนในปีนี้ 2.98 หมื่นล้านบาท

ส่วนความคืบหน้าการลงทุนปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันเพื่อให้ตามมาตรฐานยูโร 5 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะสามารถจัดหาผู้รับเหมาได้ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะทำให้รู้มูลค่าลงทุนที่ชัดเจน จากนั้นจะเริ่มการก่อสร้างในปี 2564 โดยคาดหวังว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ลดลง จะเอื้อให้บริษัท ได้ราคาค่ารับเหมาก่อสร้างต่ำลงได้

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ยังไม่คลี่คลายโดยเร็ว จะนำไปสู่การลดอัตราการใช้กำลังการกลั่นของบริษัทหรือไม่นั้น นายชัยวัฒน์ มองว่า ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะพิจารณา ซึ่งขณะนี้เปิดกว้างในหลายทางเลือกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่จะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท และการจะปรับลดอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมัน ยังต้องขึ้นอยู่กับยอดขายน้ำมันผ่านสถานีบริการน้ำมัน หากพบว่า มีการปรับตัวลงอย่างชัดเจน ก็อาจจะต้องมาพิจารณาในเรื่องนี้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน โควิด -19 ยังไม่มีผลกระทบมากนัก และการใช้กำลังการกลั่นยังอยู่ในระดับ 104-105% ซึ่งเป็นไปตามแผนงานกลั่นน้ำมันเฉลี่ยในปีนี้ และปริมาณน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่นเกือบทั้งหมดเป็นการจำหน่ายภายในประเทศ

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ภาคธุรกิจยังติดตามมาตรการของรัฐบาลที่จะออกมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เช่น การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 การลดภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อย่างการชะลอการจ่ายภาษีที่ดิน เพื่อให้มีเงินเติมเข้ามาระบบนำไปใช้จ่ายเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหากมาตรการออกมาได้ทันกับสถานการณ์ก็เชื่อว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้เร็ว