คาดถูกกระทบเพียงเล็กน้อยจากภาวะเศรษฐกิจและ COVID 19
Event
ผลประกอบการปี 2562 และแนวโน้มปี 2563
lmpact
คาดว่าจะไม่ถูกกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการที่เศรษฐกิจชะลอตัวลง
เนื่องจากกำไรของธุรกิจมือถือเป็นตัวหลักของกำไรสุทธิของกลุ่ม ICT เราจึงไม่คิดว่าผลประกอบการของกลุ่มจะถูกกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจในปี 2563 เนื่องจากเราพบว่า ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา ความเชื่อมั่นผู้บริโภคมีสหสัมพันธ์ในระดับต่ำกับรายได้จากการขายและให้บริการของผู้ให้บริการมือถือ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC.BK/ADVANC TB)* บมจ. โทเทิ่ล แอคเซส คอมมูนิเคชั่น (DTAC.BK/DTAC TB)* และ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE.BK/TRUE TB)* และพลิกมามีความสัมพันธ์แบบผกผัน (invert correlation) ในปี 2562 ซึ่งเรามองว่าปัจจัยที่ช่วยหนุนให้รายได้ของผู้ประกอบการมือถือเพิ่มขึ้นในช่วงที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) ลดลง ได้แก่ i) การใช้มือถือได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยไปแล้ว และ ii) พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจากการใช้บริการด้านเสียง มาเป็นบริการด้านข้อมูลแทน ซึ่งทำให้รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) เพิ่มขึ้น
การระบาดของ COVID 19 จะส่งผลทั้งด้านบวก และลบต่อผู้ให้บริการมือถือ
เมื่อพิจารณาผลกระทบของ COVID 19 แล้ว เราเชื่อว่าผู้ประกอบการมือถือจะถูกกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยคาดว่าจะจะมีทั้งผลกระทบด้านบวกและลบ สำหรับในด้านลบนั้น เราคาดว่ารายได้จะลดลงจาก i) SIM สำหรับนักท่องเที่ยว (แบบเติมเงิน) ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง และ ii) รายได้จากบริการโรมมิ่ง (International Roaming -IR) ลดลงตามจำนวนคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศลดลง (รายได้จากบริการ IR คิดเป็นสัดส่วนเพียง 1% - 3% ของรายได้รวมของผู้ประกอบการมือถือเท่านั้น) สำหรับในด้านบวก เราเชื่อว่าประชาชนจะอยู่บ้านมากขึ้น ซึ่งภาวะเช่นนี้จะช่วย i) หนุนรายได้จากการใช้บริการข้อมูลมือถือให้เพิ่มขึ้น (เป็นบวกกับผู้ประกอบการทุกราย) และ ii) เป็นโอหาสในการหาลูกค้าบรอดแบนด์รายใหม่ๆได้เพิ่มขึ้น
ปัจจัยภายในของธุรกิจมือถือจะส่งผลมากกว่าปัจจัยภายนอก
เราเชื่อว่าผลประกอบการของผู้ประกอบการมือถือในปี 2563 จะขึ้นอยู่กับภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม และปัจจัยภายในอย่างเช่น การคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย มากกว่าปัจจัยภายนอกที่กล่าวถึงไปแล้วข้างต้น เรามองว่าการแข่งขันในธุรกิจมือถือจะยังคงรุนแรงเช่นเดิม เพราะผู้ประกอบการทุกรายยังคงเสนอแพ็คเกจราคาต่ำ โดยเฉพาะบริการเน็ตไม่อั้นความเร็วคงที่สำหรับบริการแบบเติมเงิน อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าการแข่งขันในธุรกิจมือถือไม่น่าจะรุนแรงไปกว่าเมื่อปีก่อน เพราะผู้ประกอบการทุกรายต่างก็มีภาระ จาก i) การชำระค่าใบอนุญาตใหม่ในปี 2563 และ ii) การลงทุนใหม่เพื่อรองรับบริการ 5G
Valuation & Action
เรายังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่ม ICT ที่ "เท่ากับตลาด" เพราะกำไรสุทธิในปี 2563 จะยังโต 10% YoY และปัจจัยบวกระยะสั้นจะมาจากผลประกอบการที่ดีขึ้น QoQ ใน 1Q62 ในขณะที่กำไรน่าจะทรงตัว YoY นอกจากนี้เราคาดว่าบางบริษัท อย่างเช่น ADVANC และ บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH.BK/INTUCH TB)* น่าจะมีกำไรสม่ำเสมอ และยังมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งทำให้ยังจ่ายปันผลปี 2563 ได้ระดับสูงที่คิดเป็นอัตราผลตอบแทนที่สูงถึง 3.7% และ 5.1% ตามลำดับ ดังนั้น เราจึงเลือก ADVANC และ INTUCH เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่ม ICT
Risks
การแข่งขันในธุรกิจมือถือรุนแรงเกินคาดและฉุดผลประกอบการของทั้งกลุ่ม









