วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"น้ำมัน"ถล่มตลาด

ศุกร์ที่ผ่านมาดัชนีปิดปรับตัวลงแรง คล้ายกับตลาดหุ้นภูมิภาค ตามทิศทางดัชนี DJIA ที่คืนก่อนหน้าปิดลบกว่า 3.5%

จากความกังวลของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดที่ 1,364.57 จุด (-26.26 จุด) Volume 5.2 หมื่นลบ. ต่างชาติ -3,435.56 ลบ. TFEX Net -4,913 สัญญา

ปัจจัยบวก / ปัจจัยลบ

+วันศุกร์ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจอนุมัติเงินแจกผู้มีรายได้น้อย-อาชีพอิสระ เพิ่มกำลังซื้อกระตุ้นเศรษฐกิจ

-ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดลดลง 8.75 ดอลลาร์ -21.20% สู่ระดับ 32.53 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศลดราคาขายน้ำมันอย่างเป็นทางการ (OSP) และวางแผนปรับเพิ่มการผลิตน้ำมันกว่า 10 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเริ่มต้นของการทำสงครามราคาน้ำมัน หลังจากกลุ่มโอเปกและพันธมิตรที่นำโดยรัสเซียไม่สามารถบรรลุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันในการประชุมที่เสร็จสิ้นในวันที่ 6 มี.ค.

-ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 1,089 จุด -4.22% ต่อจากคืนวันศุกร์ที่ลดลง 256.50 จุด -0.98% ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงอย่างหนัก และกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก

-ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐพุ่งแตะ 19 ราย ขณะนิวยอร์กประกาศภาวะฉุกเฉิน

-WHO ยืนยันยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งทะลุกว่า 1 แสนราย

-จีนขาดดุลการค้าช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ หลังพิษโควิด-19 ฉุดส่งออกวูบ 17.2%

-ญี่ปุ่นเผย GDP ไตรมาส 4/62 หดตัวลง 7.1% เทียบรายปี

-ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังราคาน้ำมัน WTI ทรุดกว่า 21%

-Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD 53,093.97 ลบ. ค่าเงินบาท 31.39 บาท/US

* จับตาจีนรายงานยอดนำเข้า -ส่งออก-ดุลการค้าเดือนม.ค.-ก.พ. และทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือนก.พ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรง หลังซาอุฯเปิดฉากสงครามราคาน้ำมันโดยได้ออกมาตอบโต้รัสเซียด้วยการปรับลดราคาน้ำมัน และพร้อมที่จะเพิ่มการผลิตน้ำมัน โดยมีเป้าหมายที่จะชิงส่วนแบ่งตลาดจากรัสเซีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตวลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังกดดันตลาดต่อเนื่อง คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,310-1,350 จุด

หุ้นรายงานพิเศษ

  • ราคาน้ำมัน WTI ทรุดกว่า 21% หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศลดราคาขายน้ำมันอย่างเป็นทางการ (OSP) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเริ่มต้นของการทำสงครามราคาน้ำมัน หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) และพันธมิตรที่นำโดยรัสเซีย ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันในการประชุมที่กรุงเวียนนาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
  • ความเห็น การปรับตัวลงของราคาน้ำมันจะส่งผลลบต่อ PTTEP เนื่องจากเป็นผู้ผลิตน้ำมันซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรงต่อการลดลงของราคาน้ำมัน ขณะที่หุ้นกลุ่มโรงกลั่นในระยะสั้นได้รับผลกระทบเชิงลบจากการขาดทุน Stock loss แต่ในระยะยาวจะเป็นผลบวกเนื่องจากต้นทุนการผลิตลดลงอีกทั้งใช้ Working capital ลดลงตามราคาน้ำมัน คำแนะนำ Wait & See หุ้นกลุ่มพลังงาน

หุ้นมีข่าว   

(-) KCE (Bloomberg Consensus 24.93 บาท) จับตา KCE ไตรมาส 1/63 วูบหนัก! รับผลกระทบลูกค้ารายใหญ่ 2 รายหั่นออเดอร์ หลัง “Continental AG” เตรียมลดการผลิตลงกว่า 10% ขณะที่ “Volkswagen” ชัตดาวน์โรงงานจีน 1 เดือน หลังไวรัสโควิด-19 ระบาด! ฉุดยอดขายลดลง (ที่มา ข่าวหุ้น) 

(+) BGRIM (Bloomberg Consensus 51.54 บาท)  เร่งปิดดีลซื้อโรงไฟฟ้าก๊าซฯ กำลังผลิต 200-250 MW ที่มาเลเซียภายในครึ่งปีหลัง คาดบุ๊กรายได้เข้ามาทันที พร้อมกางแผน 5 ปี ทุ่มงบลงทุน 6.3 หมื่นล้านบาท ลุยซื้อกิจการ-สร้างโครงการใหม่ ย้ำรายได้ปีนี้ตามนัดโต 15%  (ที่มา ข่าวหุ้น)

(-) SGP (Bloomberg Consensus - บาท) หั่นเป้ารายได้ปีนี้เหลือโต 5-6% จากเดิมคาดโต 10% หวั่นโควิด-19 ฉุดดีมานด์ใช้ LPG ภาคครัวเรือน-ขนส่งลดลง แต่ยังคงเป้าปริมาณขาย LPG ปี 63 ขยับเพิ่มขึ้นแตะ 4.03 ล้านตัน ขณะที่เล็งเข้าซื้อธุรกิจก๊าซฯ ในเมียนมา (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) BJCHI (Bloomberg Consensus - บาท)  คาดรายได้รวมปี 63 โต 50% จากปีก่อน หลังตุนแบ็กล็อก 3 พันล้านบาท จ่อบุ๊กปีนี้กว่า 2.4 พันล้านบาท พร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่มูลค่ากว่า 1.75 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ระบาด (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+/-) NER(Bloomberg Consensus 3.38 บาท)  แจงทุกประเด็นสงสัย หลังออกเครื่องมือทางการเงินเพียบทั้ง ขอเพิ่มทุนมอบอำนาจทั่วไปเพื่อออก PP- แจกวอร์แรนต์-ขายหุ้นกู้ 2 พันล้านบาท-ออกตั๋วบี/อีอีก 1 พันล้านบาท ลั่นยังไม่ได้เพิ่มทุน แต่เตรียมเผื่อไว้เพื่อโอกาสดึงยักษ์เสริมเขี้ยว ส่วนวอร์แรนต์ตั้งใจตอบแทนจริง ขณะที่หุ้นกู้และตั๋วบีอี เตรียมไว้เผื่อการดำเนินงานโรงงานแห่งที่ 2 และโรงไฟฟ้าชุมชน (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ADVANC (Bloomberg Consensus 244.87 บาท)  เดินหน้าขยายธุรกิจเกมและอีสปอร์ต ผนึก Singtel และ SK Telecom ประกาศร่วมทุนจัดตั้งบริษัท ตอกย้ำผู้นำในอุตสาหกรรมเพื่อรองรับเกมเมอร์กว่า 800 ล้านคน ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเข้าถึงคอนเทนต์ คาดตลาดเกมและอีสปอร์ตในไทยปี 2563 พุ่งเป็น 27,000 ล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BBL (Bloomberg Consensus 185.77 บาท)  ปัดข่าวซื้อแบงก์ในอินโดนีเซียเพิ่ม เผลดีลซื้อหุ้นในธนาคารพีที เพอร์มาตา ทีบีเค (PT Bank Permata Tbk) (เพอร์มาตา) อยู่ในกระบวนการขออนุญาตหน่วยงานกำกับดูแลธนาคารในประเทศอินโดนีเซีย คาดว่าจะได้รับการอนุมัติภายในสิ้นเดือนเมษายน 2563 ตามแผน (ที่มา ทันหุ้น)