วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บีซีพีจี' อัดงบลงทุน 4.5 หมื่นล้าน ดันธุรกิจโต 75%

บีซีพีจี เปิด 4 ยุทธศาสตร์ ดันเติบโต 75% ใน 5 ปี เดินหน้าโครงการใหม่ ปูพรมขยายโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ไปยังประเทศกลุ่ม CLMV และเอเชียแปซิฟิค วางงบลงทุน ไม่ต่ำกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท

นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนกลยุทธ์ 5 ปีนับจากนี้ไป บริษัทฯ วางเป้าหมายการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเฉลี่ยปีละ 10-15% ใน 5 ปี หรือเติบโตประมาณ 75% จะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) รวมเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

โดย บีซีพีจี จะใช้แผนยุทธ์ศาสตร์ 4 ด้าน ได้แก่ 1. การขยายธุรกิจโดยมุ่งเน้นธุรกิจที่เป็นโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ไปยังกลุ่มประเทศ CLMV และประเทศอื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิค โดยมีเป้าหมายขยายไปยังพลังงานทดแทนที่หลากหลาย 2. การขยายธุรกิจด้านดิจิทัล เอนเนอร์ยี่ เพื่อตอบรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก 3. ติดตามและมองหาโอกาสในการเพิ่มรายได้จากโครงการที่มีในปัจจุบัน เช่น การใช้เทคโนโลยีไฮบริด และ 4. ตั้งทีมเฉพาะทำหน้าที่ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของทุกโครงการ เพื่อปรับปรุง พัฒนา

“ในอีก 5 ปีข้างหน้านี้ จะใช้เงินลงทุนรวมมากกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท บริษัทฯ มั่นใจว่าแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจน เลือกลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูงในความเสี่ยงที่สามารถบริหารจัดการได้ดี“

158340309456

ทั้งนี้ ภายในปี 2568 บีซีพีจี จะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ซึ่งนอกจากจะสามารถชดเชยส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ที่จะทยอยหมดลงไปแล้ว ยังมีการเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อย ปีละ 10-15 % โดยการเติบโตของ EBITDA ดังกล่าวมีผลมาจาก 1. การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ญี่ปุ่นจำนวน 4 โครงการ กว่า 14.7 เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาโครงการและมีความคืบหน้าตามลำดับ

2.การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ ในประเทศอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาโครงการส่วนต่อขยายเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า 3. โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 โครงการในประเทศลาว ได้แก่ เขื่อน Nam San 3A และเขื่อน Nam San 3B ที่จะรับรู้รายได้เต็มปี และตั้งแต่ ปี 2565 จะมีรายได้จากการขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าเวียดนามในราคาสูงขึ้น

และ 4. โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 600 เมกะวัตต์ ในประเทศลาว ที่บริษัทฯ กำลังพัฒนา รวมไปถึงรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นจากธุรกิจขายปลีก เป็นผู้ให้บริการด้านดิจิทัล เอนเนอร์ยี่ ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการ โดยอยู่ในระหว่างการทำการตลาดผ่านคู่ค้าในกลุ่มธุรกิจ Internet Service Provider ที่มีศักยภาพอีกหลายราย