หุ้นไทยปิดเทรดเช้านี้พุ่ง 29.65 จุด อยู่ที่ 1,408.26 จุด รับผลดีดาวโจนส์บวก -รัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
หุ้นไทยปิดตลาดช่วงเช้า(5มี.ค.)เพิ่มขึ้น 29.65 จุด หรือ2.15 % อยู่ที่ 1,408.26 จุด มูลค่าซื้อขาย 34,476.57 ล้านบาท
บล.คันทรี่ กรุ๊ป คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นกรอบ 1,379 - 1,390 จุด ได้รับแรงงหนุนจิตวิทยาเชิงบวกบ้างจาก Dow Jones ที่ปรับตัวขึ้นกว่า 4.5% แต่คาดว่าจะหนุน ดัชนีได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากประเด็นที่พลักดันตลาดหุ้นสหรัฐคือประเด็นเฉพาะตัวของสหรัฐโดยคือการที่นายโจ ไบเดน มีแนวโน้มที่จะได้รับชัยชนะขึ้นเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตเพื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐ ซึ่งนักลงทุน มีมุมมองที่เป็นบวกต่อนโยบายของนายโจ ไบเดน
ส่วนปัจจัยในประเทศวานนี้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่าเตรียมจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อต่อสู้กับสถานการณ์ COVID-19 ต่อที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจในวันพรุ่งนี้ โดยมาตรการที่จะเสนอนั้นประกอบไปด้วย 1.มาตรการแจกเงินโดยจะโอนผ่านพร้อมเพย์ ให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร คนทำงานประจำ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดย งวดนี้สามารถแปลงออกมาเป็นเงินสดได้ส่วนวงเงินอยู่ในระหว่างพิจารณาว่าจะเป็น 1 หรือ 2 พันบาทและกำลังพิจารณาว่าจะให้ครั้งเดียว หรือ เป็นรายเดือน ทั้งนี้มาตรการข้างต้นเรามีมุมมองเป็นบวกสั้นๆต่อค้าปลีก , ร้านอาหาร , โรงแรม ส่วนระยะกลางถึงยาวเชื่อว่าไม่มีนัยยะมากนักเนื่องจากแท้จริงแล้วปัญหาคือ COVID-19
2.มาตรการช่วยเหลือ SME , ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ด้วยการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มากเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนรวมถึงสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการจ้างงานมาหักค่าใช้ จ่ายได้มากกว่า 1 เท่า ประเด็นนี้เรามีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มท่องเที่ยวแต่มองคนทำงานได้ประโยชน์สูงสุดเนื่องจากเชื่อว่าจะทำให้การจ้างงานยังเกิดขึ้นอยู่และ สุดท้ายเป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีก 3.มาตรการช่วยเหลือตลาดทุนโดยจะพิจารณากองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ให้เหมือนกับ LTF เพื่อเป็นการช่วยเหลือตลาดทุนที่ตก ลงมามาก ประเด็นนี้เรามีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อยในเรื่องของสภาพคล่องที่จะเข้ามา มากขึ้นแต่ท้ายที่สุดเราเชื่อว่าประเด็นที่จะพลักดันให้ตลาดทุนกลับไปได้อย่างแข็งแรง คือเรื่องของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเท่านั้น ส่วนประเด็นกระทรวงคมนาคมเผยว่าจะช่วยสายการบินลดค่า Landing , ค่าจอด 50% รวมถึงขยายระยะเวลาภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินประเด็นข้างต้นถือเป็นลบเล็กน้อยต่อ AOT (12% รายได้รวม) แต่เป็นบวกกับสายการบิน









