ภาวะตลาดจะได้ปัจจัยบวกในระยะยาวจาก Fed ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยแบบฉุกเฉินลง 0.5% สู่ระดับ 1% เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19
ตลาดหุ้นวานนี้
SET Index รีบาวด์ขึ้นแรง +39.30 จุด (+2.94%) ปิดที่ 1,375 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7 หมื่นล้านบาท ตามทิศทางตลาดหุ้นรอบบ้านที่ดีดตัวขึ้นตอบรับความคาดหวังธนาคารกลางทั่วโลกรวมถึง Fed จะออกมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อลดผลกระทบไวรัส Covid-19 ประกอบกับได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้น และการทำ Cover short ส่งผลให้มีแรงซื้อกลุ่ม Big Cap Energy, Petro, Fin และ Comm ส่วนนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 5,325 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 1,965 ล้านบาท แต่ Net Long TFEX 21,992 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้
เรามีมุมมองเป็นกลางคาด SET Index แกว่งตัว 1,360 – 1,385 จุด โดยแม้ว่าภาวะตลาดจะได้ปัจจัยบวกในระยะยาวจาก Fed ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยแบบฉุกเฉินลง 0.5% สู่ระดับ 1% เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นจากคาดการณ์การประชุมกลุ่มโอเปกและพันธมิตรในวันที่ 5 – 6 มี.ค.จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลงอีก 1 ล้านบาร์เรล/วัน อย่างไรก็ตามระยะสั้นคาดว่าภาวะตลาดจะมีความผันผวนจากความกังวลท่าทีของ Fed ที่ปรับลดดอกเบี้ยลงแบบฉุกเฉินนั้นแสดงให้เห็นว่าผลกระทบจาก Covid-19 ที่ยังคงระบาดมากขึ้นในหลายประเทศนั้นมีความรุนแรงและส่งด้านลบต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
- กลุ่มค้าปลีก (CPALL HMPRO BJC) ได้ประโยชน์จากครม.อนุมัติยกเว้นภาษีเงินได้ผู้เข้าร่วม‘ชิม ช็อป ใช้”
- หุ้นกลุ่ม Defensive ที่จ่ายปันผลระดับสูง ADVANC, INTUCH, TTW
- กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, KTC ) ได้อานิสงส์ต้นทุนการเงินลดลงจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลง
** ระวังแรงขายกลุ่มธนาคารจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่มีโอกาสปรับตัวลง
หุ้นแนะนำวันนี้
- PTTEP (ปิด 112 ซื้อ/เป้า 146 บาท) ได้ Sentiment บวกราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว คาดหวัง OPEC+ ลดกำลังการผลิต 1 ล้านบาร์เรลต่อวันมากกว่าข้อเสนอเดิมที่ 6 แสนบาร์เรลต่อวัน คาดพยุงและหนุนราคาน้ำมันดิบ WTI กับไปซื้อขายเหนือระดับ USD50/bbl ได้เป็นบวกต่อผลประกอบการของ PTTEP
- ADVANC (ปิด 201 ซื้อ/เป้า 247 บาท) ได้รับผลกระทบจากไวรัส Covid-19 น้อยสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ และยังได้ผลบวกจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล คาดมีการย้ายเงินลงทุนเข้าหุ้นที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอและให้ Dividend yield สูงเพิ่มมากขึ้น ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะทำให้กระแสการลงทุนในหุ้นที่จ่ายปันผลสูงเพิ่มมากขึ้น (ปี 2020 คาดจ่ายปันผล 7.9 บาทต่อหุ้นให้ Dividend yield ประมาณ 3.9%)
บทวิเคราะห์วันนี้
BANPU (ปิด 7.2 ซื้อ/เป้าใหม่ 7.9 เดิม 10), BGRIM (ปิด 45.75 ขาย/เป้า 37)
ประเด็นสำคัญวันนี้
- (-) ดาวโจนส์ร่วง 786 จุด หลังเฟดลดดอกเบี้ยฉุกเฉิน 0.5% บ่งชี้เศรษฐกิจสหรัฐอาจจะได้รับผลกระทบจากไวรัส Covid-19 มากกว่าที่คาด: ตลาดคาดการณ์อยู่แล้วว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.5% ในการประชุมที่จะมีขึ้นในช่วงวันที่ 17-18 มี.ค. แต่วานนี้เฟดกลับมีมติฉุกเฉินปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงทันที่ 0.5% (Unscheduled decision) จึงสร้างความสับสนและความวิตกให้กับนักลงทุนว่าเศรษฐกิจของสหรัฐอาจจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัส Covid-19 มากกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้และอาจจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงในอนาคต ความสับสนต่อการส่งสัญญาณดังกล่าวจึงทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยงด้วยการเทขายหุ้นและไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยมากขึ้น อาทิ ทองคำ (เพิ่มขึ้น 49.6 ดอลลาร์ หรือ 3.11% ปิดที่ 1,644 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และพันธบัตรซึ่งล่าสุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐลดลงต่ำกว่าระดับ 1% เป็นครั้งแรก
- (+) กลุ่มธุรกิจน้ำมัน - ตลาดคาดหวัง OPEC+ จะลดกำลังการผลิตรวดเดียว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน มากกว่าข้อเสนอเดิมที่ 6 แสนบาร์เรลต่อวัน: OPEC มีกำหนดประชุมเพื่อพิจารณาการปรับลดกำลังการผลิตในวันที่ 5-6 มี.ค.นี้ เดิมตลาดคาดว่า OPEC และ กลุ่มประเทศนอก OPEC (OPEC+) จะลดกำลังการผลิตลง 6 แสนบาร์เรลต่อวันเพื่อพยุงราคาน้ำมัน แต่ล่าสุดมีการคาดการณ์ว่า OPEC+ จะลดกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตลาดว่า OPEC+ จะสามารถ Balance ดีมานด์และซัพพลาย เพื่อรับมือกับการระบาดของไวรัส Covid-19 ได้ หาก OPEC ปรับกำลังการผลิต 1 ล้านบาร์เรลต่อวันจริงเชื่อว่าตลาดน่าจะตอบรับเชิงบวกคาดว่าจะช่วยประคองและหนุนราคาน้ำมันดิบให้กับไปซื้อขายเหนือระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ นับเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นในกลุ่มธุรกิจน้ำมัน Top pick PTTEP
- (+/-) ไทยยังต้องรอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป หลังจากวานนี้ภาครัฐยังไม่มีมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่มีการคาดการณ์: วานนี้ที่ประชุม ครม.ยังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่มูลค่า 1 แสนล้านบาทตามที่มีการคาดการณ์ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความไม่พร้อมของข้อมูลเนื่องจาก ครม.พึ่งผ่านศึกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และอีกส่วนต้องการสรุปมาตรและพิจารณาถึงผลบวกและลบให้รอบด้านก่อนออกมาตรการ ซึ่งเรายังมีความหวังทางบวกว่าในที่สุดแล้วรัฐบาลจะต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาภายใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าคาดเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มท่องเที่ยวและกระตุ้นการบริโภคในประเทศซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อกลุ่มที่เกี่ยวข้อง อาทิ กลุ่มท่องเที่ยว และค้าปลีก








