ผลประกอบการ 4Q62: ตํ่าเกินคาด
Event
กำไรสุทธิของ AMATA ใน 4Q62 อยู่ที่ 245 ล้านบาท (+111% YoY แต่ -70% QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของเรา 12% และต่ำกว่า Bloomberg consensus 19% เนื่องจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้นและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลงมีน้ำหนักมากกว่ายอดโอนที่ดินที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2562 อยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 71% YoY แต่ยังต่ำกว่าประมาณการของเรา 4%
lmpact
ยอดขายที่ดินตํ่าเกินคาด แต่ยอดโอนยังดีกว่าที่คาดไว้
ยอดขายที่ดินของ AMATA ใน 4Q62 อยู่ที่ 122 ไร่ (ประมาณการของเราที่ 200 ไร่) ส่งผลให้ยอดขายที่ดินปี 2562 อยู่ที่ 648 ไร่ (สมมติฐานของเราที่ 700 ไร่) โดยยอดขายที่ดินในนิคม AMATA City ระยองคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของยอดขายที่ดินทั้งหมดใน 4Q62 และคิดเป็น 80% ของยอดขายที่ดินปี 2562 ยอดโอนที่ดินใน 4Q62 อยู่ที่ 159 ไร่ (ดีกว่าประมาณการของเราที่ 100 ไร่) โดยมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 3.7 ล้านบาท/ไร่ (สูงกว่าประมาณการของเราที่ 3.5 ล้านบาท/ไร่) ส่งผลให้ยอดโอนที่ดินในปี 2562 อยู่ที่ 868 ไร่ (สมมติฐานของเราที่ 806 ไร่) ทั้งนี้ บริษัทมียอด backlog ในมือเมื่อสิ้นปี 2562 อยู่ที่ 2.6 พันล้านบาท (~500 ไร่) โดยในจำนวนนี้ 35% อยู่ที่ชลบุรี และอีก 65% อยู่ที่ระยอง โดย AMATA ตั้งเป้ าจะโอนที่ดินให้ได้ 70-75% ของยอด backlog ภายในปีนี้
ปรับลดประมาณการกำไรปี 2563 ลง 25% และปี 2564 ลง 10% เพื่อสะท้อนถึงปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้
เราคาดว่าประเด็นเรื่องการเมืองไทย และการแพร่ระบาดของ COVID-19 จะกดดันแนวโน้มระยะสั้นและชะลอกิจกรรมทางธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 1H63 ในขณะที่ปัจจัยบวกระยะยาวจะมาจากประเด็นสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ และการระบาดของ COVID-19 ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ประกอบการกระจายฐานการผลิตออกมานอกประเทศจีนเพื่อลดความเสี่ยง เราปรับลดสมมติฐาน i) ยอดขายที่ดินปี 2563 เหลือ 500 ไร่ (จากเดิม 900 ไร่) และปี 2564 เหลือ 800 ไร่ (จากเดิม 950 ไร่) และ ii) ยอดโอนที่ดินปี 2563 ลง 26% เหลือ 486 ไร่ และปี 2564 ลง 7% เหลือ 676 ไร่ ดังนั้น เราจึงปรับลดประมาณการกำไร
สุทธิปี 2563 ลงจากเดิม 25% และปี 2564 ลงจากเดิม 10% ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิของ AMATA ในปี 2563 ลดลง 21% YoY ก่อนที่จะกลับมาฟื้นตัวขึ้น 32% ในปี 2564
Valuation & Action
เราปรับลดราคาเป้าหมาย SOTP สิ้นปี 2563 เหลือ 19.0 บาท จาก 25.5 บาท จากการปรับลดประมาณการกำไร และการ de-rate PER ของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม (จาก 16.5X เหลือ 15.5X) สะท้อนแนวโน้มป็นลบในระยะสั้น ทั้งนี้ เนื่องจากแนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นบวกจากการย้ายฐานการผลิต และยังมี upsideถึงราคาเป้าหมายอีกถึง 31% เราคงคำแนะนำ ซื้อ แต่เรามองว่าอาจไม่จำเป็นต้องรีบซื้อหุ้นในทันทีแนะนำให้จับตาดูสถานการณ์ทางการเมืองและโรคระบาด มองว่า 2H63 จะเป็นจังหวะที่ดีให้เข้าซื้อ
Risks
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical risk) เศรษฐกิจชะลอตัวลง ภัยธรรมชาติ การซื้อที่ดิน การกระจุกตัวของอุตสาหกรรม และเงินทุนไม่เพียงพอ









