หุ้นไทยปรับลดลงแรงจากความกังวลการแพร่ระบาด
ของผู้ป่วยที่ปกปิดข้อมูลในการเดินทางไปประเทศเสี่ยง และมีการสัมผัสใกล้ชิดกับบุคลากรทางการแพทย์ และคนในครอบครัว ทำให้เกิดการกักกันตัวผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก และสร้างความกังวลว่าอาจเร่งการแพร่ระบาดเหมือนกรณี “คุณป้า” ผู้ป่วยหมายเลข 31 ที่เกาหลี ทำให้หุ้นไทยปรับลดลงราว 5% สูงกว่าภูมิภาคที่ปรับลดลงเพียง 1-2% เรามองการปรับลดลงต่ออาจเกิดขึ้นจากแรงบังคับขาย (forced sell) แต่จะเริ่มเข้าสู่จุดที่มีโอกาสเกิดแรงซื้อคืนหลังสถานะคงค้าง (Open interest) ในหุ้นรายตัว (Single Stock Futures) ปรับลดลง จาก 2.5 ล้านสัญญา เหลือ 2.1 ล้านสัญญา ใน 3 วันทำการที่ผ่านมา (ต่ำสุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาคือ 1.9 ล้านสัญญา) ทำให้เราประเมินตลาดเข้าสู่จุดที่มีโอกาสใกล้ฟื้นตัว
BDMS – ทำคำเสนอซื้อหุ้น BH ทั้งหมด โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข ราคา 125 บาท (สูงกว่าราคาปิดที่ 112 บาท) โดยอาจปรับเพิ่มราคาได้ไม่เกิน 20% ดีลนี้มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มให้ BDMS เนื่องจาก BH มีความสามารถในการทำกำไรที่สูงกว่า (GM 43% vs. 33%) และซื้อขายด้วย PER ต่ำกว่า (21x vs 31x PER) อย่างไรก็ตามมูลค่าของดีลอยู่ที่ 85,612-102,735 ล้านบาท ทั้งนี้อิงจากเพดานของข้อจำกัดการก่อหนี้ (debt covenant) ที่ 1.75x net debt/Equity และ 3.25x net debt to EBITDA ทาง BDMS จะกู้ยืมเพิ่มได้เพียง 48,000-60,000 ล้านบาท ดังนั้นมีโอกาสสูงที่จะต้องมีการปรับโครงสร้างเงินทุนโดยการเพิ่มทุนตามมา การเก็งกำไรจึงควรมองที่ BH ที่เป็นเป้าหมายการซื้อ
ข้อเสนอมาตรการเยียวยาสายการบินกระทบต่อ AOT สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) พบว่า ม.ค.-มี.ค.63 สายการบินแจ้งยกเลิกเที่ยวบิน 9,797 เที่ยวบิน คิดเป็นผู้โดยสารต่างประเทศที่หายไป 3 ล้านคน หากสถานการณ์เริ่มดีขึ้นในช่วงเม.ย.ทั้งปีกระทบนักท่องเที่ยว 5 ล้านคน คิดเป็นนักท่องเที่ยวทั้งปี 81 ล้านคน ลดลง 8.7% และมีการเสนอให้รัฐออกมาตรการช่วยเหลือได้แก่ การจัดหาแพ็คเกจวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและ ขยายเวลาชำระหนี้ รวมทั้งการลดค่าธรรมเนียมขึ้นลงและค่าจอด และภาษีสนามบิน ซึ่งมาตรการในส่วนหลังจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของ AOT
ภาพรวมกลยุทธ์ ภาพระยะกลางยังเสี่ยงในขาลง แต่การปรับลดลงมาบริเวณ1300-1400 จุด มีโอกาสเป็นช่วงปลายของการบังคับขาย ทำให้มีโอกาสลุ้นฟื้นตัว เพื่อเก็งกำไรและปรับพอร์ต โดยกลุ่มท่องเที่ยวและนิคมอุตสาหกรรมน่าสนใจ // หุ้นแนะนำวันนี้ CPF*, BH* / ทยอยสะสม THRE*/ เก็งกำไร AI*(เป้า 1.27 บาท ตัดขาดทุน 0.98 บาท)
แนวรับ 1340 จุด / แนวต้าน : 1380 สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%.
ประเด็นการลงทุน
ทรัมป์แถลงการ์เรื่องไวรัส – ประเมินความเสี่ยงการระบาดในสหรัฐฯ ต่ำ และเชื่อว่าจะไม่ระบาดวงกว้างในสหรัฐฯ ขณะที่ตลาดหุ้นแสดงความกังวล โดยดัชนีแกว่งจากแดนบวกกลับมาติดลบ
เงินเหรียญฯฟื้นรับนักลงทุนลดคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย – ค่าเงินเหรียญฯ (DXY) ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ จากการที่นักลงทุนลดความคาดหวังเฟดลดดอกเบี้ย หลังรองประธานเฟดระบุว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว
MPI ร่วงต่อเนื่อง – สศอ.รายงาน ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน ม.ค.อยู่ที่ 103.32 ลดลง 4.59% yoy ขณะที่ อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 66.48% รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกโตชะลอรวมถึงภาวะภัยแล้ง
ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าบวกต่ออาหาร แต่กระทบกับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกกับกลุ่มอาหารและเกษตร อย่าง CPF, TU, STA แต่เป็นปัจจัยลบกับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีการลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากหนี้ต่างประเทศจะเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องรับรู้ขาดทุนจากค่าเงิน
ค่าระวางเรือ – อยู่ที่ 517 เปลี่ยนแปลง +9 หรือ +1.77%
ประเด็นติดตาม: 27 ก.พ. – สหรัฐฯ รายงาน GDP ไตรมาส 4/62, 28 ก.พ. – ดุลการค้าไทย ม.ค.
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)








