แรงกดดันจากผลกระทบการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จะทำให้เศรษฐกิจโลกหดตัว
ตลาดหุ้นวานนี้
SET Index วานนี้ปรับตัวลง -18.08 จุด (-1.19%) ปิดที่ 1,496 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.3 หมื่นล้านบาท ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคจากความกังวลเศรษฐกิจหดตัวจากผลกระทบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดไปราว 26 ประเทศ รวมถึงการเกิดภาวะ Inverted yield curve ของพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี กับ อายุ 3 เดือน โดยส่วนใหญ่เป็นแรงขายในกลุ่ม FOOD, COMM และ CONS อย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างชาติพลิกเป็นฝั่งซื้อสุทธิเล็กน้อย 256 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 2,533 ล้านบาท แต่ Net Short TFEX 8,412 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้
มุมมองเป็นกลางคาด SET Index แกว่งตัว 1,490 - 1,510 จุด แม้ว่าภาวะตลาดจะได้ sentiment เชิงบวกจากตลาดหุ้นสหรัฐที่ดีดตัวขึ้นตอบรับดัชนีภาคการผลิตเดือนม.ค.พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 7 เดือนที่ 50.9 จุด อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากผลกระทบการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกหดตัว ซึ่งล่าสุด US Bond Yield อายุ 10 ปี ปรับตัวลงต่ำกว่าอายุ 3 เดือน เกิด Inverted yield curve ยิ่งทำให้นักลงทุนมีความกังวลมากขึ้น นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงจากความกังวลด้าน Demand จะเป็นลบต่อกลุ่มพลังงานและดัชนีอีกด้วย
** 4 ก.พ. ติดตามก.คลังเสนอครม.พิจารณามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว
** 5 ก.พ. ติดตามการประชุมกนง.คาดหวังการปรับลดดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.00% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
- กลุ่มส่งออก Elec (KCE, HANA, DELTA), Food (CPF, TFG, TU) อานิสงส์ทิศทางเงินบาทอ่อนค่า
- กลุ่ม Defensive และงบ 4Q19F คาดว่าจะออกมาดีและดีต่อเนื่องในปีนี้ GPSC, GULF, JMT, CPF, SAWAD, MTC, BTS, BEM, INTUCH, ADVANC, OSP, และ CBG
หุ้นแนะนำวันนี้
- ADVANC(ปิด 205 ซื้อเป้า 257) คาดตลาดจะตอบรับเชิงบวกจากข่าวที่มีภาคเอกชนเพียง 5 รายเข้ารับซองเพื่อประมูล 5G (เดิมตลาดกังวลจะมีภาคเอกชนรายใหม่ร่วมเข้าประมูลนอกเหนือจาก 5 รายนี้) ขณะเดียวกันเรามองว่าราคาหุ้นของ ADVANC ที่ลดลงกว่า 9% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสะท้อนปัจจัยลบจากข่าวอนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้ ADVANC จ่ายค่าเสียหายให้ TOT มูลค่า 3.1 หมื่นล้านบาทไปแล้ว
- TU (ปิด 14.8 ซื้อ/เป้า 17.5) ค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์และยูโรส่งผลบวกโดยตรงต่อธุรกิจของ TU เพราะมีรายได้หลักมาจากการส่งออกคิดเป็น 75% ของรายได้รวม โดยทุกๆ 1 บาทที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับยูโรจะทำให้กำไรของ TU เพิ่มขึ้นประมาณ 600 -700 ล้านบาท
บทวิเคราะห์วันนี้
TU (ปิด 14.8 ซื้อ/เป้าใหม่ 17.5 เดิม 18.1), PSH (ปิด 14 ถือ/เป้าใหม่ 15 เดิม 17)
ประเด็นสำคัญวันนี้
- (-) กลุ่มธุรกิจน้ำมันยังเหนื่อย ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี ลุ้น OPEC ลดกำลังการผลิตเพิ่ม: ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงอีก 1.45 ดอลลาร์ (-2.8%) ปิดที่ระดับ 50.11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงติดต่อกันเป็นวันที่ 4 และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลถึงดีมานด์ที่ชะลอตัวหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่ายังไม่มีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายลง โดยนักเศรษฐศาสตร์มีการคาดการณ์กันว่าไวรัสดังกล่าวจะทำให้ความต้องการน้ำมันดิบของโลกลดลงมากถึง 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากต้องการรักษาสมดุลของตลาด OPEC อาจจะต้องลดกำลังการผลิตเพิ่มอีก (ปัจจุบันลด 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ทั้งนี้จึงมีความเป็นไปได้ที่ OPEC อาจจะเลื่อนจัดการประชุมมาเป็นวันที่ 14-15 ก.พ. จากเดิมที่มีกำหนดจัดการประชุมในเดือนมี.ค.2020
- (+/-) กลุ่มสื่อสาร - วันนี้ติดตามจำนวนภาคเอกชนยื่นแสดงความจำนงเพื่อเข้าประมูลคลื่น 5G หากมีแค่ 5 รายตามข่าว มองเป็นกลางถึงบวก: กสทช. กำหนดให้ภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมประมูลคลื่น 5G จะต้องยื่นแสดงความจำนงภายในวันนี้ และจะประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติในวันที่ 11 และ จัดประมูลในวันที่ 16 ก.พ. 2020 นั่นหมายความว่าในวันนี้เราจะรู้จำนวนของผู้เข้าแข่งขันว่าจะมีทั้งหมดกี่ราย และจะทำให้การแข่งขันรุนแรงหรือไม่ ทั้งนี้หากอ้างอิงตามข่าวในหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นวันนี้ ซึ่งระบุว่ามีภาคเอกชนที่ขอรับเอกสารในการเข้าประมูลเพียง 5 ราย คือ ADVANC, DTAC, TRUE, CAT และ TOT เรามีมุมมองเป็นกลางถึงบวกต่อกลุ่ม ICT เนื่องจากเดิมตลาดกังวลว่าจะมีภาคเอกชนรายใหม่ซึ่งไม่ใช่ 5 รายดังกล่าวเข้าร่วมประมูลด้วยซึ่งจะทำให้การแข่งขันรุนแรงมากขึ้นเหมือนช่วงการประมูล 4G แต่หากมีผู้เข้าประมูลเพียงแค่ 5 รายนี้ ถือเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้อยู่แล้ว เรายังเลือก ADVANC และ INTUCH เป็น Top pick
- (+/-) ปัจจัยที่ต้องติดตาม - วันนี้ลุ้น ครม.อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม และ พรุ่งนี้ติดตามประชุมแบงก์ชาติคาดลดอัตราดอกเบี้ย 0.25%: เบื้องต้นคาดที่ประชุม ครม.วันนี้จะพิจารณามาตการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าให้กับภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก อาทิ ให้ผู้ประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงโรงแรม สถานที่ มาหักลดหย่อนภาษีได้ ส่วนธุรกิจสายการบินคาดจะมีการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินในประเทศ รวมไปถึงมาตรการ ชิมช้อปใช้ เฟส 4 ขณะที่พรุ่งนี้ติดตามการประชุมของแบงก์ชาติเบื้องต้นคาดลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็นลบต่อหุ้นในกลุ่มธนาคาร แต่เป็นบวกต่อกลุ่ม Non Bank









