รอซื้อเล่นรีบาวด์ช่วงอ่อนตัว
ตลาดหุ้นเมื่อวันศุกร์
SET Index อ่อนตัวลง -0.85 จุด (-0.05%) ปิดที่ระดับ 1,595 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.1 หมื่นล้านบาท แม้ว่าภาวะตลาดจะได้แรงซื้อในกลุ่ม Energy และ Petro ตอบรับราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นแรงหลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีทางอากาศสังหารผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force ของอิหร่าน อย่างไรก็ตามความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่จะตึงเครียดมากขึ้นกดดันให้ดัชนีอ่อนตัวลงเป็นลบเล็กน้อย ส่วนนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเล็กน้อย 175 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 1,013 ล้านบาท อีกทั้ง Net Long TFEX 17,160 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้
เรามีมุมมองเป็นกลาง-ลบคาด SET Index อ่อนตัวทดสอบ 1,585 – 1,590 จุดก่อนจะสลับดีดตัว จากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่อเค้ารุนแรงหลังสหรัฐสังหาร 2 ผู้นำทางทหารระดับสูงของอิหร่านและอิรักเสียชีวิต ซึ่งทางอิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้สหรัฐกับการกระทำดังกล่าว ส่งผลให้สินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 7 ปี และ US bond yield ปรับตัวลงสู่ 1.8% ส่วนภาวะการลงทุนตลาดหุ้นเข้าสู่ภาวะ Risk off อย่างไรก็ตามคาดว่าดัชนีจะมีสลับรีบาวด์ในช่วงอ่อนตัวจากแรงซื้อกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 7 เดือนเหนือ 63 US/Barrel จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางรวมถึงสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 11.46 ล้านบาร์เรล ดังนั้น จึงแนะนำ รอซื้อเล่นรีบาวด์ช่วงอ่อนตัว
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
- กลุ่มพลังงาน : PTTEP, TOP, PTTGC, SPRC, IVL ได้อานิสงส์ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นเหนือ 63 US/Barrel และข่าวการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐ-จีนในวันที่ 15 ม.ค.
- กลุ่มที่คาดว่างบ 4Q19 เติบโต ได้แก่ GPSC, CPF, ERW, SAWAD, MTC, JMT, BCH, CHG
หุ้นแนะนำวันนี้
- TOP (ปิด 72 ซื้อ/เป้า 79) ได้ Sentiment บวกจากราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรง ขณะที่ค่าการกลั่นพลิกเป็นบวกได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ ขณะที่ราคาหุ้นยัง Laggard หากเทียบกับหุ้นอื่นๆในกลุ่ม อีกทั้งยังคาดว่าจะได้ประโยชน์มากสุดจากมาตรการใหม่ของ IMO ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2020 เป็นต้นมา
- CPF (ปิด 28.25 ซื้อ/เป้า 33.5) คาดทิศทางผลกำไร 4Q19 และต่อเนื่องไปยัง 1Q20 จะยังดีต่อเนื่อง ตอบรับราคาหมูในประเทศฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 73-74 บาท ต่อ ก.ก.เทียบจาก 55 บาทต่อ ก.ก.ในช่วง 2Q19-3Q19 เช่นเดียวกับราคาหมูเวียดนามที่ฟื้นตัวขึ้นกว่าเท่าตัวจากระดับ 33,000 ดองต่อ ก.ก. ขึ้นเป็น 60,000 -70,000ดองต่อก.ก. ในปัจจุบัน
บทวิเคราะห์วันนี้
ADVANC (ปิด 216 ซื้อ/เป้า 257), Energy sector (Top pick: TOP, SPRC)
ประเด็นสำคัญวันนี้
- (-) ความกังวลต่อเหตุการณ์ในตะวันออกกลางจะยังกดดันบรรยากาศลงทุนต่อเนื่องอีกในสัปดาห์นี้: ข่าวสหรัฐปฏิบัติการสังหาร นายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพอิหร่าน กดดันให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงแรงในวันศุกร์ที่ผ่านมา เราเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะยังส่งผลลบต่อบรรยากาศการลงทุนต่อเนื่องอีกในสัปดาห์นี้ ถึงแม้ปัจจุบันจะยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเพิ่มเติม แต่การออกมาประกาศแก้แค้นของทางอิหร่านทำให้นักลงทุนหวั่นวิตกว่าจะต้องมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นตามมาในไม่ช้าและนำไปสู่สงครามการกวาดล้างในที่สุด ความตื่นกลัวดังกล่าวจะผลักดันให้นักลงทุนเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย นำโดย ทองคำ และพันธบัตร และจะลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง อาทิ หุ้น เป็นการชั่วคราว
- (+) กลุ่มธุรกิจน้ำมัน คาดว่าจะได้ประโยชน์มากสุดจากเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง: ความรุนแรงที่เกิดขึ้นข้างต้นจะทำให้นักลงทุนกลับมากังวลต่อภาวะอุปทานตึงตัวในตลาดน้ำมันอีกครั้ง เนื่องจากอิรักและอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลก อิรักมีปริมาณการผลิตที่ 4.6 ล้านบาร์เรลต่อวันและอิหร่านมีกำลังการผลิต 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวันคิด เป็น 5% และ 2% ของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของโลก หากการผลิตน้ำมันดิบของทั้งสองประเทศสะดุดลงย่อมส่งผลโดยตรงต่อ Supply น้ำมันดิบของโลกทันที และผลกระทบจะยิ่งรุนแรงหากอิหร่านทำการปิดช่องแคบเฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันของตะวันออกกลางไปยังตลาดโลก โดยช่องแคบดังกล่าวจะมีปริมาณน้ำมันขนส่งผ่านประมาณ 17 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของน้ำมันทั้งโลก หากมีการปิดเส้นทางจริงอาจจะก่อให้เกิดวิกฤติน้ำมันครั้งใหญ่ (วันนี้เราออก report วิเคราะห์หุ้นกลุ่มธุรกิจน้ำมัน) น้ำมันดิบเพิ่มขึ้นจะเป็นบวกต่อกลุ่มธุรกิจน้ำมัน โรงกลั่นและปิโตรฯ แต่จะเป็นลบต่อกลุ่มที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง อาทิ กลุ่มขนส่ง (รถยนต์, เรือ และเครื่องบิน), กลุ่มรับเหมาโดยเฉพาะกลุ่มเสาเข็มที่มีต้นทุนน้ำมันเป็นสัดส่วนสูง และกลุ่มเกษตรกรน้ำมันเป็นต้นทุนของเครื่องยนต์เพื่อการเกษตร
- (-) กลุ่มท่องเที่ยว – ข่าวการตรวจพบโรคปอดอักเสบระบาดในจีนจะกดดันหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว: เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาทางการจีนออกแถลงการณ์ว่ามีประชาชน 44 ราย ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดอักเสบ โดยไม่ทราบสาเหตุของการติดเชื้อ กระแสข่าวนี้สร้างความตื่นตระหนกไปในหลายประเทศ ดังจะเห็นได้จากข่าวการตรวจและคุมเข้มของสนามบินเพื่อคัดกรองประชาชนที่มาจากเมืองจีน ประเด็นนี้อาจจะกดดันให้การเดินทางท่องเที่ยวลดลงเนื่องจากประชาชนต้องการลดความเสี่ยงต่อการติดโรคจึงเป็นไปได้ว่า ภาคการท่องเที่ยวโดยรวมอาจจะได้รับผลกระทบจากข่าวดังกล่าว อาทิ กลุ่มโรงแรม, สายการบิน, สนามบิน รวมถึงธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ









