ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงในระยะสั้นหลังจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐเพิ่มขึ้นจะเป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน
ตลาดหุ้นเมื่อวันศุกร์
SET Index ปิดแกว่งตัว -0.59 จุด (-0.04%) ปิดที่ระดับ 1,573 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.5 หมื่นล้านบาท โดยแม้ว่าภาวะตลาดจะได้ข่าวบวกรมต.คลังสหรัฐมั่นใจว่าสหรัฐ-จีนจะลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกได้ในช่วงเดือนม.ค. ส่งผลให้มีแรงซื้อกลุ่ม Global play ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามดัชนีถูกแรงขายทำกำไรระยะสั้นตามสัญญาณเทคนิคกดดันให้อ่อนตัวลง ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,395 ล้านบาท และสุทธิในตลาดพันธบัตร 2,686 ล้านบาท แต่ Net Long TFEX 6,072 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้
เรามีมุมมองเป็นกลางคาด SET Index แกว่งตัว 1,565 – 1,580 จุด โดยแม้ว่าภาวะตลาดจะมีปัจจัยบวกจากสหรัฐ-จีนบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกซึ่งคาดว่าจะลงนามได้ในช่วงเดือนม.ค. รวมถึงสถานการณ์ Brexit ที่มีความชัดเจนหลังสภาล่างของอังกฤษเห็นชอบหลักการร่างกฏหมาย Brexit ที่ระบุว่าอังกฤษจะแยกตัวจาก EU ในวันที่ 31 ม.ค. 2020 และจะสรุปข้อตกลงการค้ากับ EU ภายในสิ้นปี 2020 ประกอบกับแรงซื้อ LTF/RMF การทำ Window dressing ในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงในระยะสั้นหลังจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐเพิ่มขึ้นจะเป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน อีกทั้งกระแส Fund Flow ต่างชาติที่ยังคงเป็น Net sell และกำลังเข้าสู่ช่วงหยุดเทศกาลคริสต์มาสซึ่งจะเป็นตัวถ่วงให้ดัชนีผันผวนสูง
** วันนี้ 23 ธ.ค.ติดตามตัวเลขการส่งออกเดือนพ.ย.ของไทย consensus คาด -4.5% (จากเดือนก่อน -4.54%)
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
- กลุ่ม Global Play: PTTEP, TOP, PTTGC, IVL, KCE, HANA อานิสงส์ข่าวจีน-สหรัฐบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก
- กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้เข้าคำนวณ SET 50 (VGI) และ SET 100 (STPI, THG, TQM, VGI) รอบใหม่
- กลุ่มที่คาดว่างบ 4Q19 เติบโต ได้แก่ GPSC, CPF, ERW, TASCO, EPG , SAWAD, MTC, JMT, BCH, CHG
หุ้นแนะนำวันนี้
- MINT (ปิด 36 ซื้อ/เป้า 46) Top pick กลุ่มท่องเที่ยว ได้ประโยชน์โดยตรงจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นตาม High season ของธุรกิจ, ขาย Trivoly Hotel 3 แห่งช่วยลดแรงกดดันจากการเพิ่มทุน อีกทั้งยังมีการกระจายความเสี่ยงดีสุดเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการโรงแรมทั้งหมด (อาหาร 50%, โรงแรม 50% และ รายได้ในประเทศ 50%, ต่างประเทศ 50%)
- CPF (ปิด 27.5 ซื้อ/เป้า 33.5) ทยอยสะสมมองราคาหุ้นลดลงสะท้อนข่าวแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์หมูแอฟริกาไปแล้ว ขณะที่ปัจจุบันราคาหมูในประเทศเริ่มฟื้นตัวจากระดับ 55 บาทต่อ ก.ก. เป็น 68 บาทต่อก.ก. เช่นเดียวกับราคาหมูเวียดนามที่ฟื้นตัวขึ้นกว่าเท่าตัวจากระดับ 33,000 ดองต่อ ก.ก. ขึ้นเป็น 60,000 -67,000ดองต่อก.ก. ในปัจจุบันคาดว่าจะช่วยหนุนผลประกอบการ 4Q19 ฟื้นตัวต่อเนื่อง
บทวิเคราะห์วันนี้
Macro stratrgy (จับตาประเด็นการเมือง)
ประเด็นสำคัญวันนี้
- (+) ภาวะตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นทำนิวไฮขานรับข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่งและคลายความวิตกทางการค้า: ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,455.09 จุด เพิ่มขึ้น 78.13 จุด หรือ +0.28% ตอบรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยตัวเลขประมาณการ GDP ไตรมาส 3/19 ครั้งที่ 3 อยู่ที่ระดับ 2.1% (ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 แต่สูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1.9%) โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภครวมทั้งภาครัฐเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนพ.ย. +0.4%mom จากการเพิ่มขึ้นของของราคารถยนต์ และภาคบริการ
- (+) สภาล่างอังกฤษไฟเขียวร่างกฎหมาย Brexit: สภาสามัญชนหรือสภาล่างของอังกฤษลงมติด้วยคะแนนเสียง 358-234 เห็นชอบหลักการร่างกฎหมาย Brexit ของนายกฯบอริส จอห์นสัน โดยร่างกฎหมายดังกล่าวระบุว่าอังกฤษจะแยกตัวจาก EU ในวันที่ 31 ม.ค. 2020 และจะสรุปข้อตกลงการค้ากับ EU ภายในสิ้นปี 2020 หลังจากนี้สภาล่างและสภาขุนนางหรือสภาสูงจะทำการอภิปรายต่อร่างกฎหมายดังกล่าวในปีหน้า ซึ่งความชัดเจนของสถานการณ์ Brexit นี้ช่วยคลายความไม่แน่นอนต่อภาวะเศรษฐกิจของอังกฤษและยูโรโซนที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางการลงทุนมามากกว่า 3 ปี
- (-) ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงหลังแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้น: สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 74 เซนต์ หรือ 1.2% ปิดที่ 60.44 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐที่มีการใช้งานเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกันโดยเพิ่มขึ้น 18 แท่น สู่ระดับ 685 แท่น









