ความเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญอื่นๆเช่น เงินเยน ยูโร รวมถึงเงินบาท สัปดาห์นี้มีการเคลื่อนไหวไม่มากนัก
โดยการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ของไทย รวมทั้งธนาคารกลางญี่ปุ่น และธนาคารกลางอังกฤษ ล้วนคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม สำหรับในช่วง 1 สัปดาห์ข้างหน้า “ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย” คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.00-30.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยยังต้องจับตาว่า จะมีรายละเอียดมากขึ้นหรือไม่ เกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐฯกับจีน ซึ่งอาจจะมีการลงนามกันในเดือนม.ค. ปี่2563
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ ( 20 ธ.ค. ) ปิดการซื้อขายที่ 1,572.92 จุด ลดลง 0.59 จุด หรือ 0.04% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 54,902.31 ล้านบาท "บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย)" คาดว่าหุ้นไทยสัปดาห์หน้าแกว่งตัวในกรอบ 1,540-1,580 จุด ซึ่งประเด็นต้องติดตาม คือ กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคดียุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่
ส่วนปัจจัยต่างประเทศติดตามความคืบหน้าเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน นอกจากนี้คาดว่าจะมีแรงซื้อของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ( LTF)และนักลงทุนสถาบันจะมีการทำราคาปิดงวด( Window Dressing)ไตรมาส4 เข้ามาหนุนตลาด แต่เชื่อว่าไม่ได้ทำให้ดัชนีปรับตัวขึ้นได้แต่ไม่มาก และคาดว่ามูลค่าการซื้อขายเบาบางจากใกล้วันหยุดปีใหม่ ทำให้มีนักลงทุนบางส่วนหยุดเทรด
ด้านความเคลื่อนไหวของราคาทองคำอยู่ที่ 1,477.61ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำในประเทศอยู่ที่ 21,150 บาทต่อบาททองคำ "วายแอลจี บูลเลี่ยนอินเตอร์เนชั่นแนล" แนะนําใช้กลยุทธ์เข้าซื้อขายเพื่อเก็งกําไรระยะสั้นเป็นหลัก นักลงทุนที่สะสมทองคําไว้ ให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านบริเวณ 1,482-1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้หรือไม่ หากไม่สามารถผ่านไปได้ แนะนําให้ ลดการถือครองเพื่อคุมความเสี่ยง และหากราคาปรับลงไม่หลุดแนวรับ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สามารถซื้อเก็งกําไรระยะสั้น ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,472-1,468 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากรับความเสี่ยงได้น้อยแนะชะลอลงทุนไปก่อน








