วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์การลงทุน (18 พ.ย. 62)

สรุปผลประกอบการไตรมาส 3/2562 - อีกไตรมาสที่กำไรต่ำกว่าคาด

กำไรสุทธิไตรมาส 3/2562 ของหุ้นใน KGI universe ลดลง 23% YoY และ 2% QoQ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย

การรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2562 สิ้นสุดลงแล้ว โดยกำไรสุทธิรวมของหุ้นที่ KGI ทำการวิเคราะห์อยู่ ลดลง 23% YoY และ 2% QoQ และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 2.3% แต่หากไม่รวมกำไรพิเศษของหุ้นขนาดใหญ่บางตัวอย่างเช่น SCB* และ TRUE* กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนไทยจะต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ถึง 6.7% โดยในไตรมาสที่ผ่านมานั้น ผลประกอบการของหุ้น 28% ที่เราวิเคราะห์อยู่ออกมาดีเกินคาด 33% เป็นไปตามคาด และอีก 39% ต่ำกว่าที่คาดไว้ ทั้งนี้ % ของหุ้นที่กำไรดีเกินคาดนั้นอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบสามปี ในขณะที่กำไรรวมของตลาดในช่วง 9 เดือนแรกปี ลดลง 15.0% YoY ซึ่งชี้ว่าน่าจะมีการปรับลดประมาณการกำไร บจ. ลงอีก เพราะขณะนี้เราคาดว่ากำไรสุทธิปีนี้จะลดลง 3% และแม้ว่าฐานกำไรจะต่ำลงมากในไตรมาส 4/2561 จะหนุนให้กำไรในไตรมาส 4/2562 โต YoY แต่เรามองว่าประมาณการกำไรปีนี้มีความเสี่ยงทางลงพอสมควร

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และขนส่งดูดีสุดในแง่ % ของบริษัทที่งบดีเกินคาด ส่วนกลุ่มเชื่อมโยงเศรษฐกิจโลกรายงานกำไรน่าผิดหวัง

แม้ว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยดูไม่ดีนักในช่วงนี้ เพราะถูกกระทบจากทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและมาตรการ LTV แต่กำไรของหุ้นกลุ่มนี้ก็ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งเกินคาด โดย 63% ของหุ้นในกลุ่มมีผลประกอบการออกมาดีกว่าที่คาดไว้ แต่อย่างไรก็ตาม เรามองว่าเป็นเพราะนักวิเคราะห์มองลบกับภาพรวมธุรกิจมากกว่าบวก และมีการรับรู้ยอดโอนของโครงการในอดีต สำหรับกลุ่มขนส่ง ผลประกอบการออกมาดีเกินคาดเพราะมีหุ้นในกลุ่มสายการบินบางตัวมีกำไรพิเศษ แต่ในทางกลับกันผลกระทบจากสงครามการค้า และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกฉุดให้ผลประกอบการของหุ้นเชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก (global cyclical) เช่นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเคมี และอิเล็กทรอนิกส์อ่อนแอ

คาดว่าจะมีการปรับประมาณการลงเพิ่ม โดยจะกระทบกับกำไรต่อหุ้นของตลาดฯ ทั้งปี 2019 และ 2020

นักวิเคราะห์ของเรากำลังอยู่ระหว่างทบทวนปรับลดประมาณการกำไรของหุ้นกลุ่มหลัก อย่างเช่น พลังงาน, ปิโตรเคมี และหุ้นบางตัวในกลุ่มธนาคาร และสื่อสาร โดยการปรับประมาณการของหุ้นกลุ่มใหญ่ดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับประมาณการกำไรทั้งปี 2562 และปี 2563 (ผลกระทบจะน้อยกว่าปี2562) แต่อย่างไรก็ตาม จากภาพมหภาคในมุมมองของเราว่า i) สหรัฐและจีนกำลังจะทำข้อตกลงทางการค้าระหว่างกันสำเร็จ ii) เศรษฐกิจโลกไม่น่าจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และ iii) เศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวได้พอประมาณในปี 2563 เราจึงมองว่า EPS น่าจะโตได้ดีขึ้นในปีหน้าจากฐานที่ต่ำในปีนี้ ทั้งนี้ consensus EPS ปี 2562 อยู่ที่ 94 และปี 2563 อยู่ที่ 105 ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของเราอย่างมาก
ดังนั้นอาจส่งผลให้ประมาณการของเรายังมีความเสี่ยงทางลงอยู่

ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบส่วนใหญ่ไปแล้ว ในขณะที่ภาวะตลาดหุ้นโลกที่ดีขึ้น ผนวกกับแรงซื้อกองทุน LTF ช่วงสิ้นปี น่าจะหนุนให้หุ้นไทยฟื้นตัวได้

เรามองว่าดัชนี SET ที่อ่อนแอในช่วงที่ผ่านมา ได้สะท้อนผลประกอบการที่ไม่น่าตื่นเต้น และโมเมนตัมของเศรษฐกิจไทยที่ไม่ดีไปแล้ว ทั้งนี้หากอิง consensus forward PE กลางปี 2563 ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 16.0 เท่า เรามองว่าตลาดหุ้นยังมีโอกาสฟื้นตัวได้อิงระดับ PE ที่เหมาะสมที่คำนวณตามแบบจำลองของเราที่ 16.3 เท่า เราจึงคาดว่าการที่ภาวะหุ้นโลกที่ดีขึ้น และกระแสการซื้อกองทุน LTF ช่วงสิ้นปีจะหนุนให้ SET ฟื้นตัวเร็ว ๆ นี้ แต่ไม่น่าจะขึ้นถึงเป้าหมายดัชนีฯ ที่ปัจจุบันเรามองที่ 1,720 จุดสำหรับสิ้นปีนี้ โดยเราจะทำการปรับลดเป้าดัชนีฯ พร้อมๆ กับการปรับลดประมาณการกำไร บจ. หลังงบไตรมาส 3/2562