วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

GULF - ขาย

ประมาณการ 3Q62: กำไรจะเพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ

Event

ประมาณการ 3Q62, ปรับลดประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้า และปรับลดคำแนะนำ

lmpact

กำไรจากธุรกิจหลักใน 3Q62 จะเพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ

เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ GULF ใน 3Q62 จะอยู่ที่ 933 ล้านบาท (+17.4% YoY, -5.3% QoQ) โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY จะมาจากกำลังการผลิตใหม่ (GNRV1, GNRV2, GNPM และ Vietnam Solar) ในขณะที่กำไรที่ลดลง QoQ จะเป็นเพราะปัจจัยฤดูกาลของ IPP และการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า SPPs สามแห่งตามกำหนด (GKP2, GNLL และ GNK2)

ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2562-63 ลง 17.4 - 5.4% จากการปรับต้นทุนก๊าซ และ O&M

เนื่องจากเราคาดว่ากำไรสุทธิงวด 9M62 จะคิดเป็นแค่ 65.4% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา ดังนั้น เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี นี้ลง 17.4% และปีหน้าลง 5.4% จากการปรับสมมติฐานต้นทุนก๊าซ (จาก 264 บาท/mmbtu เป็น 276 บาท/mmbtu ในปีนี้ และ จาก 264 บาท/mmbtu เป็น 270 บาท/mmbtu ในปีหน้า) และปรับเพิ่มต้นทุน O&M จาก GJP และ GMP (Figure 2) แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าต้นทุนก๊าซน่าจะมีแนวโน้มลดลงจากปี 2562-64 โดยได้อานิสงส์ของเกณฑ์ใหม่ของ IMO ที่จะจำกัดสัดส่วนของกำมะถันในน้ำมันเตาที่ใช้ในธุรกิจเดินเรือในปี 2564 ซึ่งจะทำให้อุปสงค์และราคาน้ำมันเตากำมะถันสูง (HSO) ลดลง ทั้งนี้ HSO เป็นหนึ่งในดัชนีที่ใช้ในการคำนวณต้นทุนก๊าซของ SPP

เรารวมโครงการต่างๆ ทั้งที่แน่นอนแล้วและมีโอกาสจะได้ในอีก 10 ปี ข้างหน้าเข้าไว้ในราคาเป้าหมายแล้ว

เราได้รวม upside จากโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่แน่นอนแล้ว และโครงการอื่น ๆ ที่มองว่าบริษัทมีโอกาสจะได้ (Figure 3) เข้าไว้ในการประเมินมูลค่าหุ้นแล้ว โดยรวมถึงการเพิ่มสัดส่วนหุ้นใน TTCIZ1 เป็น 90%, โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟสที่ 3 (5 บาท/หุ้นsh), O&M ของโครงการมอเตอร์เวย์ (2 บาท/หุ้น) และโครงการที่มีโอกาสจะได้อื่นๆ ได้แก่ IPP ในประเทศเวียดนาม (17.5 บาท/หุ้น) และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว (15.8 บาท/หุ้น) และ IPP ในประเทศไทย (3.3 บาท/หุ้น)

Valuation & Action

เราได้รวม upside จากทั้งโครงการที่แน่นอนแล้ว และมีโอกาสจะได้ในกรณีที่ดีที่สุด และขยับไปใช้ราคาเป้าหมาย DCF ปี 2563 ที่ 131.25 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาตลาดก็ยังคงสูงกว่าราคาเป้าหมายของเราอยู่ถึง 18.9% ดังนั้น ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีแผนการขยายธุรกิจที่น่าสนใจในอีกแปดปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้กำไรมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องถึง 26.7% CAGR ในช่วงปี 2562-2567 แต่เราเชื่อว่าราคาหุ้นได้สะท้อนข่าวดีต่างๆ ในอีกสิบปีข้างหน้าไปเรียบร้อยแล้ว เราจึงปรับลดคำแนะนำจาก ถือ เป็น ขาย

Risks

ความล่าช้าในการจัดสรรกำลังการผลิตใหม่, การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของทางการ, โรงไฟฟ้าหยุดผลิตไฟฟ้า, และความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการใหม่