ภาวะตลาดแกว่งตัวแคบด้วย Volume เบาบาง
ตลาดหุ้นวานนี้
SET Index รีบาวด์ขึ้น +7.75 จุด (+0.48%) ปิดที่ระดับ 1,614 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4 หมื่นล้านบาท จากความคาดหวังเชิงบวกการเจรจาข้อพิพาทการค้าสหรัฐ-จีนในสัปดาห์นี้ รวมถึงคาดการณ์ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุม 29 – 30 ต.ค.หลังตัวเลขเศรษฐกิจชะลอตัวลงจากผลกระทบ Tradewar ทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นแรงซื้อในกลุ่ม PETRO, CONS และ BANK ส่วนนักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิ 128 ล้านบาท และ Net Long TFEX จำนวน 3,245 สัญญา แต่ขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 866 ล้านบาท
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้
เรามีมุมมองเป็นกลางคาด SET แกว่งตัว 1,605 - 1,625 จุด เนื่องจากนักลงทุนจะชะลอการซื้อ/ขายเพื่อติดตามการเจรจาข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน โดยวานนี้เจ้าหน้าที่ของสหรัฐและจีนได้เริ่มต้นเจรจาเบื้องต้นรอบใหม่ซึ่งเป็นไปอย่างตึงเครียดหลังจีนไม่ต้องการทำข้อตกลงการค้าในวงกว้างตามที่ปธน.ทรัมป์ต้องการ ส่วนข้อเสนอของจีนต่อสหรัฐนั้นจะไม่รวมถึงคำมั่นสัญญาของรัฐบาลจีนในการปฏิรูปนโยบายอุตสาหกรรม รวมถึงการให้เงินอุดหนุนของภาครัฐ อย่างไรก็ตามคงต้องรอผลสรุปการประชุมในวันที่ 10 – 11 ต.ค.อีกครั้ง ในส่วนของปัจจัยอื่น เช่น ราคาน้ำมันดิบ Fund flow ต่างชาติมีความเคลื่อนไหวไม่มากนัก ซึ่งจะส่งผลให้ภาวะตลาดแกว่งตัวแคบด้วย Volume เบาบาง
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
- AOT ,ERW , MINT ครม.เศรษฐกิจเตรียมพิจารณามาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวชุดใหญ่ในวันที่ 11 ต.ค.
- กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, THANI) ได้ประโยชน์ต้นทุนลดลงจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง
- Defensive stock AOT, INTUCH, ADVANC, BEM, BTS, BDMS, BCH, CHG, GPSC, BGRIM, TTW, CPALL
หุ้นแนะนำวันนี้
- AOT (ปิด 74 ซื้อ/เป้า 87) AOT แจ้งจำนวนผู้โดยสารผ่านท่าเบื้องต้นของเดือน ต.ค. (1-5) เพิ่มขึ้น 10.9%yoy นับเป็น Sentiment บวกต่อการลงทุนและผลกำไรของ AOT ขณะเดียวกันสัปดาห์นี้ยังได้ Sentiment บวกจากข่าวภาครัฐเตรียมออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวชุดใหญ่ในช่วงปลายปี โดยจะเน้นมาตรการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังจากที่กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไปแล้ว (ชิม ช้อป ใช้)
- EPG (ปิด 7.6 ซื้อเก็งกำไร/เป้าสูงสุด IAA Consensus 9.4) คาดกำไรสุทธิ 2Q20 (ก.ค.-ก.ย.19) น่าจะกลับมาเติบโตทั้ง qoq และ yoy จากการฟื้นตัวดีขึ้นในทุกธุรกิจ โดยเฉพาะ Packaging และ Aeroklas ซึ่งได้ผลบวกจากต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ลดลง (HDPE, PP, PET) และยังมีแนวโน้มจะลดลงอีกตามราคาน้ำมันดิบในปัจจุบันที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน
บทวิเคราะห์วันนี้
-
ประเด็นสำคัญวันนี้
- (-) Trade war จีนกับสหรัฐยังต้องลุ้นหลังจากจีนออกมาระบุว่ายังไม้พร้อมที่จะทำข้อตกการค้าทั้งหมดกับสหรัฐในปีนี้: การเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนซึ่งจะมีขึ้นในช่วงวันที่ 10-11 ต.ค. ยังมีความไม่แน่นอน แม้ฝั่งสหรัฐจะมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีนได้ แต่จีนยังสงวนท่าทีพร้อมกับประกาศว่าจีน จะบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐเฉพาะประเด็นที่ทั้ง 2 ประเทศมีความเห็นพ้องกันแล้วเท่านั้น ส่วนประเด็นที่ยังถกเถียงกันอยู่และมีความยุ่งยากในการดำเนินการ จีนจะขอเจรจาและหาทางออกร่วมกันในปีหน้า ความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้นักลงทุนยังชะลอการลงทุนเพื่อรอความชัดเจนจากผลประชุมที่กำลังจะมีขึ้น
- (+) ครม.เห็นชอบร่างงบประมาณปี 63 มูลค่า 3.2 ล้านล้านบาท ส่วนมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวชุดใหญ่จะประชุมพิจารณา 11 ต.ค.19: วานนี้ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ลำดับถัดไปจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 17 ต.ค.19 เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มเบิกจ่ายงบประมาณปี 63 ได้ประมาณต้นเดือน ก.พ.ปี 63 ส่วนการประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดถัดไปในวันที่ 11 ต.ค. คาดว่าที่ประชุมจะหารือถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวชุดใหญ่ที่จะออกมาดำเนินการในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วง High season นับเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว
- (-) SCC ยังเหนื่อย Preview งบ 3Q19 ยังไม่ฟื้นตัว Spread ปิโตรฯร่วงต่ำ ขาดทุนสต๊อกสินค้าคงคลังยังกดดันกำไร: Preview ผลประกอบการ 3Q19 โทนออกมาเป็นลบ คาดผลกำไรของ SCC จะยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำประมาณ 7,000 -7,500 ล้านบาท ทรงตัว qoq แต่ลดลงประมาณ 25%yoy ธุรกิจปิโตรฯซึ่งมีรายได้คิดเป็น 60-70% ของรายได้รวมยังอ่อนแอเนื่องลูกค้าชะลอซื้อและพยายามลดสินค้าคงคลัง ส่งผลให้ราคาขายและส่วนต่างผลิตภัณฑ์ลดลงไม่หยุด กระทบทั้งกำไรปกติ และมีความเสี่ยงที่จะมีผลขาดทุนจากสินค้าคงคลังขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนคาดว่าจะลดลงเช่นกันเนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงของ Chandra Asri เป็นเวลา 2 เดือน ส่วนธุรกิจปูนซิเมนต์และธุรกิจ Packaging ได้แค่ประคองตัวเพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นกัน โดย 3Q19 คาด HDPE-Naphtha จะอ่อนตัวลงสู่ระดับ 452$/ton ลดลง 16%qoq และ 34%yoy แนวโน้มกำไรที่น่าผิดหวังใน 3Q19 จะผลักดันให้ตลาดปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิในปีนี้ลงนับเป็นปัจจัยลบกดดันราคาต่อได้อีกในช่วงนี้ คำแนะนำการลงทุน อย่างมากแนะนำเพียง ถือ โดยราคาเป้าหมายมีแนวโน้มจะปรับลงจากปัจจุบัน 460 บาทต่อหุ้น









