วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“เอ็มอาร์โอ”เสี่ยงสะดุดปมตีความสัญญา

“เอ็มอาร์โอ” ยังติดหล่ม หลังแอร์บัสติงโครงการอาจไม่เข้าข่ายร่วมทุนพีพีพี เหตุไม่ใช่โครงสร้างพื้นฐาน ชี้เป็นเพียงการร่วมทุนระหว่างเอกชน และรัฐวิสาหกิจ ต้องเดินหน้าสัญญาไร้อายุ ขณะที่ “บินไทย” มั่นใจโครงการต้องเกิด คาดแอร์บัสยื่นข้อเสนอไม่เกิน ต.ค.นี้

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการศูนย์ซ่อมอากาศยาน (เอ็มอาร์โอ) โดยระบุว่า ขณะนี้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทแอร์บัส ซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุนอยู่ระหว่างเจรจารายละเอียดข้อสัญญาร่วมลงทุน เนื่องจากทางแอร์บัสยังมีข้อสงสัยในประเด็นโครงการดังกล่าว ไม่เข้าข่ายข้อกฎหมายเอกชนร่วมลงทุนโครงการรัฐ (พีพีพี)

“ตอนนี้ที่ยังติดขัด ไม่สามารถเดินหน้าขั้นตอนอื่นได้ เพราะทางแอร์บัสตีความว่าโครงการอาจไม่ใช่โครงการโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้นจะไม่ตรงกับเงื่อนไขการร่วมลงทุนในรูปแบบพีพีพี”

ทั้งนี้ การตีความในสัญญาที่แตกต่างกัน ทางแอร์บัสจึงมีข้อกังวลในเงื่อนไขโครงการนี้ เพราะมีการระบุว่ามีสัญญาร่วมทุน 50 ปี ก่อสร้างพร้อมบริหารครบสัญญาจะต้องคืนทรัพย์สินให้กับภาครัฐ ณ วันสิ้นสุดสัญญา

โดยทางแอร์บัสไม่ได้ตีความว่าโครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องสัญญาลักษณะนั้น รวมทั้งมองว่าโครงการน่าจะเป็นในลักษณะการร่วมลงทุนในกิจการมากกว่า ดังนั้นการบริหารงานระหว่างการบินไทย และแอร์บัส ควรออกมาในรูปแบบการร่วมลงทุน และบริหารความเสี่ยงร่วมกัน และบริหารงานร่วมกันไปเรื่อยๆ แบบไร้อายุสัญญา

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ทางแอร์บัสอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดร่างสัญญาร่วมลงทุน เพื่อให้สรุปข้อเสนอทั้งหมดมาหารือร่วมกับคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการฯ ก่อนจะสรุปเสนอ สกพอ. และรายงานไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาปรับแก้เงื่อนไขของการร่วมลงทุน หรือตีความโครงการร่วมทุนนี้ใหม่อีกครั้ง

“ตอนนี้แอร์บัสยังสนใจที่จะร่วมทุนโครงการนี้ เพราะดีมานด์มีอยู่แล้ว และยืนยันไม่มีเงื่อนไขเรื่องซื้อเครื่องบินแอร์บัสก่อน ตอนนี้หารือเฉพาะในส่วนของการร่วมทุนแอร์บัสอย่างเดียว"

สำหรับโครงการพัฒนาเอ็มอาร์โออู่ตะเภาตามแผนลงทุนของการบินไทย จะดำเนินการบนพื้นที่ประมาณ 210 ไร่ โดยแบ่งระยะการลงทุนออกเป็น ระยะแรกช่วงปี 2565 - 2583 จะลงทุนประมาณ 6.3 พันล้านบาท โดยการบินไทยลงทุนเอง 2 พันล้านบาท ที่เหลือจะเป็นการลงทุนของภาคเอกชน เพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงซ่อมบำรุง และจัดซื้ออุปกรณ์

โดยโครงการนี้จะสามารถรองรับการซ่อมบำรุงอากาศยานได้ราว 80-100 ลำ ตามแผนคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในปี 2565 มีเป้าหมายสร้างรายได้ในปีแรกอยู่ที่ 400 – 500 ล้านบาท จากการซ่อมอากาศยาน 10 ลำ และประเมินว่าจะมีการเติบโตของรายได้เฉลี่ยอีกปีละ 2% และในช่วง 50 ปีจะมีรายได้รวม 2 แสนล้านบาท

นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าทางแอร์บัสจะยื่นข้อเสนอไม่เกินเดือน ก.ย. – ต.ค.นี้

“ตอนนี้ก็ต้องรอให้ทางแอร์บัสยื่นข้อเสนอกลับมาก่อน และคณะกรรมการคัดเลือกฯ ก็จะมีการประชุมหารือในรายละเอียด แต่ทราบว่าแอร์บัสจะยื่นข้อเสนอแน่ๆ เพราะเขาก็มีความตั้งใจที่จะทำโครงการนี้ เพราะดีมานด์ในธุรกิจมีอยู่แล้ว แต่ยังติดในรายละเอียดที่ต้องเจรจากันเล็กน้อย” 20180920153843045_1