วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์'เตรียมขายไอพีโอ109.30 ล้านหุ้น หวังนำเงินขยายธุรกิจ

'ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์' บริษัทย่อย 'ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป'ยื่นไฟลิ่ง ขายไอพีโอไม่เกิน 109.30 ล้านบาท หวังระดมทุนเงินขยายธุรกิจ ชำระหนี้สถาบันการเงิน เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

 ข้อมูลแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ระบุ บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) ยื่นไฟลิ่ง เพื่อเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ( IPO) จำนวนไม่เกิน 109.30 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์)หุ้นละ 2 บาท หรือ คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน ร้อยละ 21.86 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรกนี้ แบ่งเป็น หุ้นสามัญเพิ่มทุน ไม่เกิน 90 ล้านหุ้น และเป็นหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)หรือ TU จำนวนไม่เกิน 19.30 ล้านหุ้น โดยจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ( SET) ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์(บล.)บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน  โดยเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นครั้งนี้บริษัทจะนำไป ขยายธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำในประเทศอินโดนีเซียและประเทศอื่นที่มีศักยภาพ รวมถึงใช้ชำระคืนเงินกู้ยืม และเป็นเงินทุนหมุนเวียน

บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ ประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำชั้นนำของประเทศไทย โดยบริษัทฯ มีปริมาณการขายอาหารปลากะพงคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 49 ของปริมาณการขายอาหารปลากะพงในประเทศไทย มีปริมาณการขายอาหารกุ้ง คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 18 ของปริมาณการขายอาหารกุ้งในประเทศไทย และปริมาณการขายอาหารปลาของบริษัทฯ คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 12 ของปริมาณการขายอาหารปลาในประเทศไทย


สำหรับ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 บริษัทฯ มีกำลังการผลิตอาหารสัตว์รวมเท่ากับ 312,000 ตันต่อปี แบ่งเป็น กำลังการผลิตอาหารกุ้ง 210,000 ตันต่อปี กำลังการผลิตอาหารปลา 72,000 ตันต่อปี และกำลังการผลิตอาหารสัตว์บก 30,000 ตันต่อปี มีผลประกอบการงวด 6 เดือน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีรายได้รวม 2,538.4 ล้านบาท กำไรสุทธิ 509.3 ล้านบาท


ส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิ.ย.2562 ประกอบด้วย 1. TU ถือหุ้น  274.3 ล้านหุ้น คิดเป็น ร้อยละ 66.9หลังเสนอขาย IPO จะถือหุ้น 255 ล้านหุ้นคิดเป็นร้อยละ 51 , กลุ่มนายฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ถือหุ้น 63.43 ล้านหุ้น คิดเป็น ร้อยละ 15.5 หลังเสนอขาย IPO จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือร้อยละ 12.7

บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง รวมกันเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าอัตราร้อยละ 50.0 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม หลังจากการหักทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามข้อบังคับของบริษัทฯ และตามกฎหมายแล้ว