นักลงทุนยังคงกลับเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย อย่างบอนด์และเงินเยน ขณะที่การประชุมกนง. ในวันนี้คาดคงดบ. มติเอกฉันท์ ที่1.75% แรงกดดันเงินบาทน้อยกว่าสกุลเงินอื่นในภูมิภาค
นายจิติพลพฤกษาเมธานันท์นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุนธนาคารกรุงไทยเปิดเผยว่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ31.91 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ31.89 บาทต่อดอลลาร์
ในคืนที่ผ่านมานักลงทุนยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง(Risk-Off) ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯที่กดดันตลาดหุ้นทั่วโลกล่าสุดดัชนีS&P500 ของสหรัฐฯปรับตัวลดลงราว1.65% เช่นเดียวกันกับฝั่งตลาดหุ้นยุโรปที่ดัชนีFTSE100 ของอังกฤษติดลบถึง1.63% และดัชนีSTOXX50 ของยุโรปร่วงลง1.78%
ภาพตลาดดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย(Safe Haven Assets) อย่างบอนด์และเงินเยนส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯอายุ10ปีปรับตัวลดลงถึง4bps สู่ระดับ2.44% ส่วนเงินเยนแข็งค่าขึ้นราว0.28%
ฝั่งนโยบายการเงินก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวโดยธนาคารกลางมาเลเซีย(BNM) มีมติ“ลด” อัตราดอกเบี้ยนโยบาย(Overnight Policy Rate) จากระดับ3.25% สู่ระดับ3.00% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อรวมถึงรับมือกับปัจจัยความเสี่ยงภายนอกทั้งสงครามการค้าและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
สำหรับวันนี้ต้องติดตามทิศทางนโยบายการเงินไทยต่อแม้เรามองว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) จะมีมติเป็นเอกฉันท์7 ต่อ0 ให้“คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่1.75% ในการประชุมครั้งนี้แต่ปัจจัยระยะสั้นอย่างความไม่แน่นอนทางการเมืองสงครามการค้ารวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจะเป็นปัจจัยกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องชะลอนโยบายการเงินที่เข้มงวดลงก่อน
ส่วนของเงินบาทระยะสั้นยังคงเคลื่อนไหวตามสกุลเงินภูมิภาคเป็นหลักแม้จะมีแรงซื้อเงินดอลลาร์เพื่อหลบความเสี่ยงของตลาดการเงินโลกแต่ก็เชื่อว่าเงินบาทจะไม่ได้รับแรงกดดันมากเมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินตลาดเกิดใหม่อื่นๆเนื่องจากเงินบาทในปัจจุบันไม่ได้แข็งค่ามากเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นแล้วขณะที่ฝั่งตลาดการเงินทั้งหุ้นและบอนด์ไทยก็ไม่ได้มีการถือครองของต่างชาติในระดับสูงพอที่จะกดดันให้เกิดแรงขายหนักเช่นกัน
มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้31.87- 31.97 บาทต่อดอลลาร์









