วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์' เข็น 'บางกอกเอวิชั่น' ขายไอพีโอ

"บางกอกเอวิเอชั่นเซ็นเตอร์" ที่มี "ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์" ถือหุ้นใหญ่ ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 90 ล้านหุ้น

บริษัท บางกอกเอวิเอชั่นเซ็นเตอร์ ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) ฉบับแรกต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2562 เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 90 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นหุ้นเพิ่มทุนใหม่ไม่เกิน 60 ล้านหุ้น และหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม 30 ล้านหุ้น โดย PP Aviation Limited  จะขายหุ้นสามัญเดิม 22,500,000 หุ้น และ Pecunia Holding Limited จะขายหุ้น 7,500,000 หุ้น มี บล.กสิกรไทย เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
            
โดยบริษัทประสงค์จะขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยมีวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการพัฒนา และ/หรือ ซื้อเครื่องบิน และ/หรือ เครื่องฝึกบินจำลอง (Simulator) เพื่อรองรับจำนวนศิษย์การบินที่เพิ่มขึ้น หรือทดแทนเครื่องบินที่ปลดประจำการ, ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมให้กับสถาบันการเงิน รวมทั้งใช้ชำระคืนภาระหนี้อื่นที่บริษัทอาจมีขึ้นในอนาคต และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัทฯ

บางกอกเอวิเอชั่นเซ็นเตอร์ ประกอบกิจการสถาบันฝึกอบรมด้านการบิน โดยเปิดอบรมหลักสูตรสำหรับการบิน การซ่อมบำรุงเครื่องบิน และให้บริการศูนย์ทดสอบความสามารถภาษาอังกฤษในการสื่อสารการบิน โดย ณ วันที่ 31 ธ.ค.61 บริษัทมีศูนย์ฝึกอบรม 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนการบินกรุงเทพ องครักษ์ (ศูนย์ฝึกการบิน คลอง 15) และศูนย์ฝึกปฏิบัติการบินอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา (ศูนย์ฝึกการบิน นครราชสีมา)

 สถาบันฝึกอบรมด้านการบินของบริษัทจัดเป็นโรงเรียนนอกระบบประเภทวิชาชีพภายใต้ พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 เปิดอบรมหลักสูตรการบิน 5 หลักสูตรหลัก ได้แก่ หลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรี (Commercial Pilot License:CPL), หลักสูตรนักบินส่วนบุคคล (Private Pilot License:PPL), หลักสูตรการบินด้วยเครื่องวัดประกอบการบิน (Instrument Rating:IR), หลักสูตรการบินด้วยเครื่องบินหลายเครื่องยนต์ (Multi-Engine Rating:MR), หลักสูตรครูการบิน (Instructor Pilot:IP)

นอกจากนี้ บริษัทเปิดอบรมหลักสูตรช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน และประกอบกิจการศูนย์ทดสอบความสามารถภาษาอังกฤษในการสื่อสารการบิน โดยให้บริการทดสอบความสามารถภาษาอังกฤษของผู้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเดินอากาศยาน ได้แก่ นักบิน และพนักงานควบคุมการจราจรทางอากาศ ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยกำหนด

บริษัทมีโครงการในอนาคตที่อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ ได้แก่ โครงการอบรมหลักสูตรความรู้พื้นฐานภาคทฤษฎีระดับนักบินพาณิชย์เอก กำหนดเปิดดำเนินการเมื่อได้รับอนุมัติหลักสูตรจาก CAAT, โครงการอบรมหลักสูตรใบอนุญาตนักบินผู้ช่วยเครื่องบิน กำหนดเปิดดำเนินการเมื่อบริษัทลงนามร่วมมือทางธุรกิจกับผู้ผลิตเครื่องจำลองการฝึกบินเต็มรูปแบบและได้รับอนุมัติหลักสูตร

รวมทั้งโครงการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกบินของศิษย์การบินจากเครื่องยนต์เดี่ยวจากรุ่นที่ใช้น้ำมัน AVGAS เป็นเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน Jet A-1, โครงการเช่าซื้อเครื่องบินแบบเครื่องยนต์เดี่ยว และ/หรือ เครื่องบินแบบหลายเครื่องยนต์จากเจ้าของเครื่องบินที่มีการใช้งานเครื่องบินไม่เป็นประจำ
          
ณ วันที่ 19 เม.ย.2562 บริษัทมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท เป็นทุนฯ เรียกชำระแล้ว 240,00,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 300 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.0 บาท ภายหลังจากการเสนอขายหุ้น IPO แล้วบริษัทจะมีทุนชำระแล้วไม่เกิน 300 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 300 ล้านหุ้น

ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ประกอบด้วย นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ถือหุ้น 112,500,000 หุ้นคิดเป็น 46.9% หลังเสนอขายหุ้น IPO แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 37.5%, นาวาอากาศเอก สุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี ถือหุ้น 39,137,200 หุ้น คิดเป็น 16.3% จะลดสัดส่วนหุ้นลงเหลือ 13% ขณะที่ PP Aviation Limited ถือหุ้น 22,500,000 หุ้น คิดเป็น 9.4% และ Pecunia Holding Limited  ถือหุ้น 7,500,000 หุ้น คิดเป็น 3.1% หลังเสนอขายหุ้น IPO แล้วจะไม่ถือหุ้นในบริษัทอีกต่อไป

ผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงปี 2559-2561 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการรวม 520.9 ล้านบาท, 563.8 ล้านบาท และ 743.3 ล้านบาทตามลำดับ ขณะที่ปี 2559 บริษัทมีขาดทุนสุทธิ 302.9 ล้านบาท แต่หากไม่รวมการบันทึกค่าสำรองจ่ายหุ้นเป็นเกณฑ์ บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 85.3 ล้านบาท ส่วนปี2560 และ 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 55.6 ล้านบาท และ 123.9 ล้านบาทตามลำดับ

ณ วันที่ 31 ธ.ค.61 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 828.1 ล้านบาท หนี้สินรวม 449.5 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 378.6 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและหลังหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามกฎหมายและบริษัทกำหนดไว้ในแต่ละปี