รัฐมนตรีคลังแนะรัฐวิสาหกิจเร่งรัด ลงทุน ลดการรั่วไหล และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน หวังเทียบชั้นรัฐวิสาหกิจจีนที่สามารถแข่งขันขั้นอันดับองค์กรชั้นนำของโลก เผยปี 61 รัฐวิสาหกิจไทยมีกำไรถึง 4 แสนล้าน
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวระหว่างมอบนโยบายในงานสัมมนาผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ (SOE CEO Forum) ครั้งที่ 3 จัดโดยสำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)ว่า ต้องการให้รัฐวิสาหกิจมีความร่วมมือกันมากขึ้น และ แนะนำให้รัฐวิสาหกิจเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้สามารถแข่งขันได้ โดยยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงรัฐวิสาหกิจในประเทศจีนในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเขาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทำให้ทุกแห่งแข่งขันได้ หากรัฐวิสาหกิจไทยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพตัวเองพร้อมกับลดปัญหาการรั่วไหล เชื่อว่า จะก้าวเป็นบริษัทระดับโลกได้
นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือให้รัฐวิสาหกิจเร่งรัดการลงทุนและร่วมกันสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ โดยยกตัวอย่าง รัฐวิสาหกิจที่มีกำไร แต่นำกำไรไปลงทุนหุ้นต่างประเทศ ซึ่งที่จริงแล้ว เงินที่เป็นกำไรนั้น เป็นกำไรที่เกิดขึ้นในประเทศ ก็ควรจะนำมาลงทุนในประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ
ทั้งนี้ รัฐวิสาหกิจไทยถือว่ามีขนาดใหญ่มาก มีสินทรัพย์รวมถึง 15 ล้านล้านบาทมากกว่าจีดีพีของประเทศ จึงมีพลังต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยในปี 2561 ที่ผ่านมามีกำไรสูงถึง 4 แสนล้านบาท
“รัฐวิสาหกิจไทยต้องแข่งขันกับเอกชนได้แน่นอน เพราะจีนเป็นตัวอย่างทำให้เห็นแล้ว การปรับปรุงประสิทธิภาพ ให้สามารถแข่งขันได้ หากรัฐวิสาหกิจไทยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพตัวเองพร้อมกับลดปัญหาการรั่วไหล เชื่อว่า จะก้าวเป็นบริษัทระดับโลกได้”
ด้านนายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารให้ซีอีโอของรัฐวิสาหกิจรับทราบสถานการณ์ต่างๆ ในปัจจุบัน และเตรียมความพร้อมต่อความท้าทายปัจจุบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งให้รัฐวิสาหกิจเสนอแนะและให้ความเห็นต่อการพัฒนาประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจ โดยที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจถือเป็นกลไกหลักในการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการลงทุน การดำเนินนโยบายรัฐบาล และการนำส่งรายได้แผ่นดิน รวมทั้งมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2560
ปัจจุบัน รัฐวิสาหกิจมีสินทรัพย์รวมจำนวน 15 ล้านล้านบาท เติบโต 25% จากปี 2556 และมีผลประกอบการที่ดีขึ้น โดยมีกำไรสุทธิจำนวน 4 แสนล้านบาท เติบโต 21% ทำให้รัฐวิสาหกิจสามารถนำส่งรายได้แผ่นดินสูงถึง 1.6 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 23% จากปี 2556
นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจยังเป็นส่วนสำคัญของการลงทุนภาครัฐ โดยในปี 2561 รัฐวิสาหกิจมีการเบิกจ่ายงบลงทุน 3.8 แสนล้านบาท เติบโต 70% จากปี 2556 อีกทั้งรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินโครงการที่สำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นให้แก่เศรษฐกิจของประเทศด้วย เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การดำเนินโครงการลงทุนที่สำคัญในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศ และการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 มีความท้าทายต่อการดำเนินการของรัฐวิสาหกิจ อาทิ เรื่องความไม่แน่นอนทางการเมือง สงครามทางการค้า รวมทั้ง การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมของประชาชน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝากให้รัฐวิสาหกิจร่วมมือกันและเตรียมความพร้อมต่อความท้าทายต่างๆ โดยให้ใช้เทคโนโลยีและบิ๊กดาต้า ให้มากขึ้น เพื่อให้ยังคงเป็นกำลังสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติต่อไปได้ และให้ สคร. สนับสนุนการทำงานของรัฐวิสาหกิจในเชิงรุกอย่างเต็มที่









