แถลงการณ์รอบครึ่งปีของประธานเฟดต่อสภาคองเกรส (วันแรก)
ยังคงเน้นย้ำการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยรวมถึงการปรับลดขนาดงบดุล ผ่านการพิจารณาข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจเป็นหลัก พร้อมชี้ให้เห็นถึงสัญญาณบ่งชี้ทางเศรษฐกิจที่ขัดแย้งกัน คือ การจ้างงาน+เงินเฟ้อ อยู่ในกรอบเป้าหมายของเฟด แต่แรงสนับสนุนทางการเงินไม่ได้ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจมากนักเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว อีกทั้งยังมีความกังวลต่อความเสี่ยงเกี่ยวกับเพดานหนี้ ซึ่งแม้เราจะเชื่อว่าโอกาสการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐฯ ค่อนข้างต่ำ แต่มองว่าจะมีผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อตลาดหุ้นและค่าเงิน (เงินเหรียญฯปรับอ่อนค่าลงหลังย่อยข่าวดังกล่าว: DXY -0.37%)
ติดตามศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้อง ทษช.วันนี้ จากกรณีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคไทยรักษาชาติเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ส่อเข้าข่ายผิดมาตราที่ 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองและมีโอกาสถูกยุบพรรค โดยการพิจารณาของศาลฯในวันนี้สามารถให้ผลลัพธ์ได้ 3 แนวทางคือ (1) ศาลฯแจ้งถึงพยานหลักฐานที่เพียงพอพร้อมนัดฟังผลวินิจฉัยทันที, (2) นัดฟังคำวินิจฉัยในอีก 7 วันข้างหน้า หรือ (3) ศาลฯรับฟังคำชี้แจงและลงความเห็นเปิดไต่สวน เบื้องต้น เราประเมินมีความเป็นไปได้ที่ศาลฯจะยืนตาม กกต.โดยคัดค้านคำชี้แจงและพิจารณายุบพรรค ขณะเดียวกัน นายธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เตรียมเข้าพบอัยการเพื่อรับฟังข้อกล่าวหาคดี live วิจารณ์ คสช.
เงินเหรียญฯอ่อนค่าลงแรง แต่เงินบาททรงตัว เราพบว่าค่าเงินบาทเมื่อคืนนี้มีอัตราการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาคที่ได้รับอานิสงส์จากค่าเงินเหรียญฯที่อ่อนตัวลงแรง บ่งชี้ว่าแนวรับที่บริเวณ 31 บาท/เหรียญฯ ค่อนข้างแข็งแกร่ง ประกอบกับ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้ง, โอกาสถูกแทรกแซงจากแบงก์ชาติ, รวมถึง การขาดดุลการค้าในเดือน ม.ค. ที่สูงสุดในรอบ 7 ปี อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้กรอบการแข็งค่าของเงินบาทเริ่มจำกัด หรือมีโอกาสอ่อนตัวที่สูงกว่า
ตลาดวันนี้อาจพักฐานต่อ เน้นกลุ่มที่ยังขึ้นน้อย หรือ Laggard กว่าตลาด SET Index ขาดปัจจัยบวกใหม่ ขณะที่ นักลงทุนรอติดตามผลการพิจารณายุบพรรค ทษช.วันนี้ โดยเราประเมิน “กรณียุบ” อาจสร้างความผันผวนเชิงลบต่อตลาดและมีโอกาสกดดัชนีลงทดสอบ 1655-1650 จุด เน้นหุ้นกลุ่มที่ยังขึ้นน้อย โดยเรามองว่าตลาดจะเริ่มหันมาผลักดันหุ้นกลุ่มที่ราคายังขึ้นน้อย หรือ Laggard กว่าตลาด (YTD) อาทิ IVL, BDMS, BCH, BCP, PTTGC, BBL, TRUE ขณะที่ เรายังชอบหุ้นกลุ่มพลังงาน โรงกลั่น ปิโตรฯ ที่ราคาสะท้อนผลการดำเนินงานที่อ่อนแอไปแล้วในไตรมาส 4/61 อาทิ PTT, PTTEP, TOP, BCP, PTTGC, SCC
ภาพรวมกลยุทธ์: โมเมนตัมการฟื้นตัวถูกขับเคลื่อนจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ระวังโอกาสการปรับฐานของตลาดในระยะสั้น // หุ้นแนะนำวันนี้ PTTEP, GPSC, TRUE /เก็งกำไร TOP* (เป้า 78.5 ตัดขาดทุน 70)
แนวรับ 1660-1655 / แนวต้าน : 1675-1680 จุด สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุน
TMB-TBANK – TMB ลงนามบันทึกข้อตกลงแบบไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายกับกลุ่มธนชาต เพื่อกำหนดกรอบความเข้าใจและหลักการสำหรับการเจรจาร่วมกันต่อไปเกี่ยวกับการเข้าทำธุรกรรมต่าง ๆ โดยเบื้องต้นคาดว่า TMB จะมีการเพิ่มทุนจำนวน 1.1 แสนลบ. โดยแบ่งขาย 60/40 ให้กับกลุ่มธนชาตและผู้ถือหุ้นทั่วไป
กกต.ค้านคำชี้แจง ทษช. – กกต.คัดค้านคำชี้แจงพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กรณีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯที่เข้าข่ายผิดมาตราที่ 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พร้อมระบุมีหลักฐานเพียงพอที่จะยุบพรรค
ประเด็นติดตาม: 27 ก.พ. – ศาล รธน. ชี้ขาด ทษช. กรณียุบพรรค, อัยการ เรียกธนาธรเข้ารับฟังข้อกล่าวหาคดี live วิจารณ์ คสช. / 28 ก.พ. – China manufacturing PMI, US GDP 4Q18
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









