"ออลล่า" ตั้งเป้ารายได้ปี 62 เติบโต 10% จากรัฐและเอกชนขยายการลงทุนต่อเนื่อง พร้อมวางแผนภายในปี 65-66 ดันรายได้ต่างประเทศแตะ 50% จากปีนี้ 5%
นายองอาจ ปัณฑุยากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปี 62 เติบโต 10% อัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin) อยู่ระดับที่มากกว่า 30% และอัตรากำไรสุทธิ (Net profit margin) อยู่ในระดับ 10-12% จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 9.7% เนื่องจากประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศกระเตื้องขึ้น การลงทุนของภาครัฐและเอกชนจะฟื้นตัวภายหลังการเลือกตั้ง รวมถึงเห็นความคืบหน้าของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะสนับสนุนให้เกิดความต้องการใช้อุปกรณ์ขนถ่ายวัสดุในโรงงานอุตสาหกรรม ในส่วนของงานเครนและรอกไฟฟ้า อุปกรณ์ช่องโหลดสินค้า และ ประตูอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ในขณะเดียวกันในส่วนของธุรกิจระบบขนถ่ายสินค้าอัตโนมัติ(Automated Warehouse) นั้น เป็นไปในทิศทางที่ดี และ มีความต้องการสูงสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ โดยพาะภายหลังได้รับความไว้วางใจจาก บริษัทซีพีออล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ให้เข้าไปดูแลงานระบบจัดการคลังสินค้า (Warehouse Systen Provider) โดยคาดว่างานจาก CPALL จะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของร้านสะดวกซื้อ 7-11
สำหรับสัดส่วนรายได้ปัจจุบันแบ่งเป็น งานเครนและรอกไฟฟ้า 60% อุปกรณ์ช่องโหลดสินค้า 20% และ บริการหลังการขาย 20% โดยในปี 62 งานเครนและรอกไฟฟ้าจะอยู่ที่ 50% อุปกรณ์ช่องโหลดสินค้า 20% งานระบบจัดการคลังสินค้า 10% และ บริการหลังการขาย 10% ซึ่งสัดส่วนรายได้จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้นในไตรมาส 4/62 เนื่องจากบริษัทหันมารกธุรกิจงานระบบจัดการคลังสินค้ามากขึ้น
ขณะที่ในปี 62 บริษัทจะเดินหน้าเข้าร่วมประมูลงานในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ทั้งในส่วนของโรงไฟฟ้า รถไฟฟ้า และ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพื่อคาดหวังเพิ่มมูลค่างานในมือ(Backlog) ให้เพิ่มขึ้นจากสิ้นไตรมาส 3/61 มีจำนวน 412 ล้านบาท ซึ่งมูลค่างานดังกล่าวจะทยอยรับรู้ตั้งแต่ไตรมาส 4/61 ไปจนถึงปี 62 ส่วนความคืบหน้าในการจัดตั้งสำนักงานตัวแทนในประเทศอินโดนีเซีย คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ และ เริ่มส่งตัวแทนผู้บริหารคนไทยเข้าไปดูแลตั้งแต่ต้นปี 62 ทำให้จะเริ่มเห็นผลเชิงบวกตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป
นอกจากนี้บริษัทเตรียมที่จะขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมการตั้งสำนักงานขายในประเทศอินโดนีเซีย และ ประเทศฟิลิปปินส์ และ ยังอยู่ระหว่างศึกษาเพิ่มเติมในประเทศเวียดนาม และ ประเทศเมียนมา เนื่องจากเศรษฐกิจกำลังขยายตัว ทำให้บริษัทวางเป้าปี 65-66 สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 5%
"ผลประกอบการ Q4/61 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 9 ติดต่อกัน ซึ่งปัจจุบันบริษัทตุนงานในมือต่อเนื่อง โดยเราได้งานล่าสุด เช่น งาน CPALL ประมาณ 40 ล้านบาท งานโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ประมาณ 120 ล้านบาท และ งานโมเดินเทรด ประมาณ 40 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ในไตรมาส 4/61 นี้ราว 70% และ บริษัทยังมีงานใหม่ๆเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติม Backlog ให้ได้ปีละ 680 ล้านบาท เพราะจะทำให้เรารักษาการเติบโตรายได้เฉลี่ยปีละ 10% "









