Sustained momentum
เราชอบ HMPRO ในเรื่องของการเติบโตที่มั่นคงยั่งยืนและมีกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าการเติบโตของยอดขายยังคงชะลอตัว แต่บริษัทน่าจะยังสามารถรายงานกำไรแข็งแกร่งจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวอย่างน่าประทับใจซึ่งเป็นผลจากกลยุทธ์ด้านสินค้าที่มีประสิทธิภาพ เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายปี 2561ที่ 15.50 บาท
กำไรเป็นไปตามเป้าหมาย แม้ว่ายอดขายจะลดลง
CEO ยอมรับว่ายอดขายในไตรมาส 3/61 ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทเนื่องจากสภาวะอากาศที่ไม่เอื้ออานวยและการบริโภคที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ฝนตกหนักในเดือนก.ย.ทำให้ยอดขายสาขาเดิมในเดือนดังกล่าวลดลงประมาณ 3% YoY ซึ่งส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 3/61
ลดลง -0.3% อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นที่ขยายตัวถึง 130bps YoY นั้นดีกว่าที่คาดทำให้กำไรยังเป็นไปได้ตามเป้า สำหรับยอดขายสาขาเดิมในเดือนต.ค.ยังคงได้รับแรงกดดันจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในช่วงต้นเดือนซึ่งน่าจะทำให้ยอดขายสาขาเดิมลดลงราว 1% อย่างไรก็ดีเราคาดว่ายอดขายสาขาเดิมน่าจะกลับมาอยู่ในแดนบวกตั้งแต่เดือน พ.ย. เป็นต้นไป เนื่องจากกิจกรรมการก่อสร้างเริ่มต้นขึ้นหลังฤดูฝน ส่วนการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้นจากการเพิ่มสัดส่วนของ private label จะยังคงเป็นปัจจัยหลักในการขยายตัวของกำไร โดย HMPRO คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้น 80-90bps YoY ในไตรมาส 4/61 ใกล้เคียงกับประมาณการของเราที่ 81bps YoY
กำไรของ HMPRO ที่มาเลเซียน่าจะยังไม่เห็นในเร็วๆนี้
ผลการดำเนินงานของ HMPRO ที่มาเลเซียต่ำกว่าเป้าหมาย แม้ว่ายอดขายเติบโตแข็งแกร่งตามคาด แต่ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้นกว่าที่บริษัทประมาณการไว้ ภายใต้โครงสร้างต้นทุนปัจจุบัน ธุรกิจอาจไม่สามารถทำกำไรได้หากมีเพียง 6 สาขาตามที่เคยวางแผนไว้ (คาดว่าจะขาดทุนราว 50 ล้านบาทในปี 2561) ดังนั้นบริษัทอยู่ในระหว่างการพิจารณาที่จะเปิดเพิ่มเติมซึ่งคาดว่าน่าจะได้เห็นสาขาใหม่ในปีหน้า ส่วนกรณีที่มาเลเซียตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบการเก็บภาษีเป็นแบบภาษีขายและบริการ (SST) จากภาษีสินค้าและบริการ (GST) ส่งผลให้มีการดำเนินงานสะดุดในระยะสั้น เนื่องจากยอดขายมีความผันผวน (ยอดขายสูงในเดือนมิ.ย.-ส.ค.แต่ต่ำในเดือน ก.ย. ) อัตรากำไรจะถูกกดดันในระยะสั้น แต่ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติในปีหน้า
อัพเดตแผนการขยายธุรกิจ
จำนวนร้านค้า HomePro S ที่จะเปิดตัวในปีนี้ลดลงอีกครั้ง โดยปรับลดจาก 8 สาขามาอยู่ที 6 ในช่วง 3 เดือนก่อนและปรับลดลงอีกครั้งมาอยู่ที 5 สาขาในปัจจุบัน เนื่องจากเจ้าของโครงการบางแห่งได้เลื่อนการส่งมอบพื้นที่ อย่างไรก็ตามผลกระทบต่อยอดขายจะไม่มาก เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากร้านค้าขนาดเล็กเหล่านี้มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับการเปิดสาขาขนาดใหญ่นั้นดูเหมือนว่า HMPRO ยังคงระมัดระวังในการเปิด ซึ่งบริษัทจะเปิดสาขาใหม่ก็ต่อเมื่อมีความมั่นใจว่าสาขาเหล่านั้นสามารถทำกำไรได้ ดังนั้นอัตราการขยายตัวจึงน่าจะยังคงชะลอตัว (แต่ก็น่าจะเร็วกว่าปีนี้) ส่วนแผนการขยายสาขา Mega Home ยังคงถูกชะลอไว้ก่อนเนื่องจากยอดขายสาขาเดิมยังคงอยู่ในแดนลบ (-8% ในไตรมาส 1/61, -2% ในไตรมาส 2/61 และ -5% ในไตรมาส 3/61) และบริษัทต้องการเห็นการปรับตัวที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะเริ่มขยายสาขาใหม่









